คำเตือนทางการแพทย์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรับการรักษาทุกครั้ง ราคาที่แสดงเป็นค่าประมาณตลาดไทยปี 2026 ควรสอบถามจากคลินิกโดยตรงเพื่อรับราคาที่แน่นอน
ฟิลเลอร์ ราคา 2026 เริ่มต้นที่ 5,000 บาท ต่อ 1 cc สำหรับแบรนด์มาตรฐาน ถึง 30,000 บาท ต่อ 1 cc สำหรับแบรนด์พรีเมียม FDA-approved ราคารวมขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด (ลิป แก้ม จมูก ใต้ตา) ปริมาณ cc ที่ใช้ และแบรนด์ฟิลเลอร์ที่เลือก
ฟิลเลอร์หรือการฉีดสาร Hyaluronic Acid เป็นหัตถการเสริมความงามที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ด้วยผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันที พักฟื้นสั้น และสามารถละลายออกได้ บทความนี้รวบรวมราคาฟิลเลอร์ทุกประเภท พร้อมปัจจัยที่กำหนดราคาและคู่มือเลือกคลินิกที่ปลอดภัย
ฟิลเลอร์คืออะไร?
ฟิลเลอร์ (Dermal Filler) คือการฉีดสารเติมเต็มใต้ผิวหนังเพื่อ เพิ่มปริมาตร เติมเต็มร่อง และปรับรูปทรงใบหน้า ฟิลเลอร์ที่นิยมมากที่สุดคือ Hyaluronic Acid (HA) Filler ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสังเคราะห์ได้เองตามธรรมชาติ ย่อยสลายได้ และปลอดภัยสูง
ทำไมฟิลเลอร์ถึงได้รับความนิยมในปี 2026:
- เห็นผลทันที — เพิ่มปริมาตรและเติมเต็มร่องได้เลยหลังฉีด
- ไม่ต้องผ่าตัด — ใช้เวลา 30–60 นาที ไม่ต้องดมยาสลบ
- ปรับแต่งได้ตามต้องการ — เลือกปริมาณและรูปทรงตามเป้าหมาย
- ละลายออกได้ — HA Filler ละลายด้วยยา Hyaluronidase หากไม่พอใจ
- ผลอยู่ได้นาน — 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณและแบรนด์
ลิปฟิลเลอร์ ราคา 2026
ลิปฟิลเลอร์หรือการฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปากเป็นที่นิยมมากในกลุ่มคนอายุ 20–40 ปี เพื่อเพิ่มความอิ่มและปรับรูปทรงริมฝีปากให้สวยงาม ปกติใช้ฟิลเลอร์ 0.5–1 cc ต่อครั้ง
| แบรนด์ฟิลเลอร์ | ราคาต่อ 1 cc (บาท) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| แบรนด์มาตรฐาน (Princess, Stylage) | 5,000 – 8,000 | คุณภาพดี อยู่ได้ 6–9 เดือน |
| แบรนด์กลาง (Belotero, Teosyal) | 8,000 – 15,000 | คุณภาพสูง นุ่มเป็นธรรมชาติ อยู่ 9–12 เดือน |
| แบรนด์พรีเมียม (Juvederm, Restylane) | 10,000 – 20,000 | FDA-approved อยู่ได้ 12 เดือนขึ้นไป |
* ราคาเป็นค่าประมาณต่อ 1 cc ราคาจริงขึ้นอยู่กับคลินิก แพทย์ และโปรโมชั่น
ฟิลเลอร์หน้า ราคา 2026: แก้ม คาง ใต้ตา ร่องแก้ม
ฟิลเลอร์หน้าครอบคลุมหลายบริเวณ ได้แก่ แก้ม คาง ใต้ตา และร่องแก้ม แต่ละบริเวณต้องการความเชี่ยวชาญและเทคนิคที่แตกต่างกัน
| บริเวณ | ราคา (บาท) | รายละเอียด |
|---|---|---|
| ฟิลเลอร์แก้ม (Cheek Filler) | 10,000 – 25,000 | เพิ่มปริมาตรแก้ม ปัดเงาโกลน ใช้ 1–2 cc |
| ฟิลเลอร์ร่องแก้ม (Nasolabial Fold) | 8,000 – 16,000 | ลดร่องลึกข้างจมูก ใช้ 1–2 cc |
| ฟิลเลอร์ใต้ตา / ร่องน้ำตา (Tear Trough) | 10,000 – 22,000 | บริเวณละเอียดอ่อน ต้องแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ |
| ฟิลเลอร์คาง (Chin Filler) | 8,000 – 18,000 | ปรับโครงหน้า V-Shape ใช้ 0.5–1 cc |
| ฟิลเลอร์ขมับ (Temple Filler) | 10,000 – 20,000 | เติมเต็มขมับบุ๋ม ใช้ 1–2 cc ต่อข้าง |
* ราคาเป็นการประมาณการตลาดไทยปี 2026 ราคาจริงอาจแตกต่างตามคลินิก แพทย์ และแบรนด์ฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์จมูก ราคา 2026
ฟิลเลอร์จมูกเป็นวิธีปรับรูปจมูกโดยไม่ผ่าตัดที่ได้รับความนิยม แต่เป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากใกล้หลอดเลือดหลักที่ไปเลี้ยงตา จึงต้องเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงเท่านั้น
⚠️ ข้อควรระวัง: ฟิลเลอร์จมูกมีความเสี่ยงสูงกว่าบริเวณอื่น หากเกิดหลอดเลือดอุดตัน (Vascular Occlusion) อาจส่งผลร้ายแรงถึงผิวหนังเนื้อตายหรือตาบอดได้ ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ และคลินิกที่มียา Hyaluronidase พร้อมตลอดเวลา
| ประเภท | ราคา (บาท) | รายละเอียด |
|---|---|---|
| ฟิลเลอร์สันจมูก (Bridge) | 8,000 – 15,000 | เพิ่มความสูงสันจมูก ใช้ 0.5–1 cc |
| ฟิลเลอร์ปลายจมูก (Tip) | 8,000 – 15,000 | ปรับรูปปลายจมูก ต้องแพทย์เชี่ยวชาญ |
| ฟิลเลอร์จมูก (ทั้งสันและปลาย) | 12,000 – 20,000 | แพ็กเกจรวม ใช้ 1–1.5 cc |
* ราคาเป็นค่าประมาณ ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการเพิ่มเติม ควรสอบถามคลินิกโดยตรง
ปัจจัยที่กำหนดราคาฟิลเลอร์
ราคาฟิลเลอร์แตกต่างกันมากตามปัจจัยต่างๆ การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้คุณเปรียบเทียบราคาได้อย่างมีเหตุผล
แบรนด์ฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์แบรนด์ FDA-approved เช่น Juvederm (อเมริกา) หรือ Restylane (สวีเดน) มีราคาสูงกว่าแบรนด์ยุโรปทั่วไปอย่าง Belotero หรือ Teosyal และสูงกว่าแบรนด์เอเชียที่ผ่าน อย. ไทย
ปริมาณ (CC) ที่ใช้
ราคาฟิลเลอร์มักคิดตามปริมาณ cc ที่ใช้ บางคลินิกราคาต่อ cc อยู่ที่ 5,000–15,000 บาท ขึ้นอยู่กับแบรนด์ ปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับบริเวณและปัญหาที่ต้องการแก้
บริเวณที่ฉีด
บริเวณที่ต้องความประณีตสูงหรือมีความเสี่ยงมากกว่า เช่น ใต้ตาหรือจมูก มักมีราคาสูงกว่าเนื่องจากต้องใช้ความเชี่ยวชาญพิเศษ
ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์
แพทย์ที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง Aesthetic Medicine หรือ Dermatology มักมีค่าบริการสูงกว่า แต่ผลลัพธ์และความปลอดภัยสูงกว่าเช่นกัน
ระดับและทำเลคลินิก
คลินิกในห้างหรูหรือย่านธุรกิจ (สุขุมวิท ทองหล่อ สีลม) มีราคาสูงกว่าคลินิกทั่วไปในเมือง ราคาที่ต่างกันมาจากค่าเช่าพื้นที่และบริการเพิ่มเติม
การดูแลก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์
ก่อนฉีดฟิลเลอร์ (3–5 วัน)
- หลีกเลี่ยงยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และวิตามินอีสูง
- งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 3 วัน
- แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยา
- หลีกเลี่ยงทำเลเซอร์หรือ Peeling ก่อนฉีด 2 สัปดาห์
- ถ่ายรูปก่อนทำเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์
หลังฉีดฟิลเลอร์
- ประคบเย็นเพื่อลดบวม 24 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการนวดบริเวณที่ฉีด 2 สัปดาห์
- งดซาวน่า ออกกำลังกายหนัก 24–48 ชั่วโมง
- ใช้ครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวัน
- นัดติดตามผลตามที่แพทย์นัด
ไทม์ไลน์การฟื้นตัว
| ช่วงเวลา | สิ่งที่เกิดขึ้น | คำแนะนำ |
|---|---|---|
| 24 ชั่วโมงแรก | บวมแดง อาจมีรอยเข็ม | ประคบเย็น หลีกเลี่ยงการนวดบริเวณที่ฉีด |
| วันที่ 2–3 | บวมลดลง อาจมีรอยช้ำ | หลีกเลี่ยงความร้อนสูง (ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก) |
| วันที่ 4–7 | บวมช้ำหายเกือบหมด ผลเริ่มชัดขึ้น | กลับมาทำกิจกรรมปกติได้ ดูแลผิวด้วยครีมบำรุง |
| สัปดาห์ที่ 2–4 | ผลฟิลเลอร์เต็มที่ เป็นธรรมชาติ | นัดติดตามผลกับแพทย์เพื่อประเมินผลลัพธ์ |
ฟิลเลอร์ vs ร้อยไหม vs โบท็อกซ์ — เลือกอะไรดีกว่า?
การเลือกระหว่างฟิลเลอร์ ร้อยไหม โบท็อกซ์ และ HIFU ขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้:
| วิธีการ | กลไก | ราคาเริ่มต้น | ระยะผล | พักฟื้น |
|---|---|---|---|---|
| ฟิลเลอร์ (HA) | เติมเต็มใต้ผิวหนังด้วย Hyaluronic Acid | 5,000+ บาท | 6–18 เดือน | ไม่จำเป็น |
| ร้อยไหม | สอดไหมละลายใต้ผิวหนัง ยกกระชับ | 3,000+ บาท | 1–2 ปี | 2–5 วัน |
| โบท็อกซ์ | ฉีดโบทูลินั่มท็อกซินคลายกล้ามเนื้อ | 2,500+ บาท | 3–6 เดือน | ไม่จำเป็น |
| HIFU | คลื่นอัลตราซาวด์ยกกระชับชั้น SMAS | 3,000+ บาท | 1–2 ปี | ไม่จำเป็น |
คำแนะนำ: ฟิลเลอร์เหมาะที่สุดสำหรับการเพิ่มปริมาตรและเติมเต็มร่อง โบท็อกซ์เหมาะกับการลดริ้วรอยจากการแสดงออกของกล้ามเนื้อ ส่วนร้อยไหมและ HIFU เหมาะกับการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม อ่าน ร้อยไหม ราคา 2026 และ HIFU ราคา 2026
วิธีเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ปลอดภัย
ฟิลเลอร์ราคาถูกผิดปกติมักเป็นสัญญาณเตือน การเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานสำคัญกว่าการเลือกราคาต่ำที่สุด
ตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาลและแพทย์
คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลจาก สบส. (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ) แพทย์ต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา ตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ทางการ
เลือกฟิลเลอร์แบรนด์ที่ผ่านการรับรอง
ถามชื่อแบรนด์ฟิลเลอร์ที่ใช้และขอดูบรรจุภัณฑ์เดิมก่อนทำ แบรนด์ที่ได้รับการรับรอง เช่น Juvederm (Allergan, อเมริกา), Restylane (Galderma, สวีเดน), Belotero (Merz, เยอรมนี) และ Teosyal (Teoxane, สวิตเซอร์แลนด์)
คลินิกต้องมียา Hyaluronidase พร้อมเสมอ
คลินิกที่ปลอดภัยต้องมียา Hyaluronidase (เอนไซม์ละลายฟิลเลอร์ฉุกเฉิน) พร้อมใช้ตลอดเวลา ในกรณีเกิดภาวะหลอดเลือดอุดตัน ต้องฉีดยาภายใน 1–4 ชั่วโมงเพื่อป้องกันความเสียหายถาวร
มีการปรึกษาก่อนทำ (Consultation) และประเมินใบหน้าจริง
แพทย์ควรประเมินโครงสร้างใบหน้า ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และวางแผนการฉีดที่เหมาะสม ไม่เร่งขายแพ็กเกจโดยไม่ตรวจ
มีเอกสารยินยอม (Informed Consent) และความโปร่งใสด้านราคา
คลินิกมาตรฐานต้องให้เซ็นเอกสารก่อนทำทุกครั้ง ราคาที่แจ้งควรรวมค่าครีมชาและฟิลเลอร์ครบถ้วน ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อน
มีนโยบายติดตามผล (Follow-up) หลังทำ
คลินิกที่ดีควรนัดตรวจซ้ำหลังทำ 2–4 สัปดาห์ เพื่อประเมินผลและดูแลต่อเนื่อง หากเกิดปัญหาควรมีช่องทางติดต่อแพทย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ฟิลเลอร์ ราคา 2026 เริ่มต้นเท่าไหร่?
ฟิลเลอร์ ราคา 2026 เริ่มต้นที่ประมาณ 5,000–8,000 บาทต่อ 1 cc สำหรับแบรนด์มาตรฐาน ส่วนแบรนด์พรีเมียม FDA-approved อย่าง Juvederm หรือ Restylane ราคาอาจสูงถึง 15,000–30,000 บาทต่อ 1 cc ราคารวมทั้งหมดขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้และบริเวณที่ฉีด
ลิปฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่?
ลิปฟิลเลอร์ ราคา 2026 เริ่มต้นที่ 5,000 บาทสำหรับแบรนด์มาตรฐาน ถึง 20,000 บาทสำหรับแบรนด์พรีเมียม ปกติฉีดครั้งละ 0.5–1 cc ผลอยู่ได้ 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับแบรนด์และพฤติกรรมการใช้งาน
ฟิลเลอร์จมูก ราคาเท่าไหร่?
ฟิลเลอร์จมูก ราคา 2026 อยู่ที่ 8,000–20,000 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณ cc และแบรนด์ที่ใช้ ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะด้านจมูก เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีหลอดเลือดหนาแน่น ความเสี่ยงสูงกว่าบริเวณอื่น
ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid อยู่ได้ 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณและแบรนด์ ลิปฟิลเลอร์อยู่ได้ 6–12 เดือน ฟิลเลอร์แก้มและจมูกอยู่ได้ 12–18 เดือน ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้ถึง 18 เดือน การออกกำลังกายหนักและการเผาผลาญสูงอาจทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น
ฟิลเลอร์อันตรายไหม ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง?
ฟิลเลอร์ HA มีความปลอดภัยสูงในมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือบวมช้ำชั่วคราว 2–5 วัน ผลข้างเคียงร้ายแรงที่พบน้อยได้แก่ หลอดเลือดอุดตัน (Vascular Occlusion) ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังเสียหายหรือตาบอดได้หากไม่รีบแก้ไข จึงควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ฝึกอบรมและมียา Hyaluronidase พร้อมเสมอ
ฟิลเลอร์สามารถละลายออกได้ไหม?
ฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ละลายได้ด้วยการฉีดยา Hyaluronidase (ไฮยาลูโรนิเดส) ซึ่งเป็นข้อดีหลักของ HA Filler เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ประเภทอื่น หากเกิดผลข้างเคียงหรือไม่พอใจผลลัพธ์ สามารถนำมาแก้ไขได้ภายใน 24–72 ชั่วโมง
ค้นหาคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ใช่สำหรับคุณ
ที่ Clinicintrend คุณสามารถค้นหาและเปรียบเทียบคลินิกเสริมความงามชั้นนำทั่วประเทศไทย พร้อมข้อมูลราคาที่อัปเดต รีวิวจากผู้ใช้จริง และโปรโมชันล่าสุด
ค้นหาคลินิกฟิลเลอร์ →บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อนตัดสินใจเข้ารับหัตถการทุกกรณี ราคาที่ระบุเป็นข้อมูลโดยประมาณ ณ ปี 2026 ขึ้นอยู่กับคลินิก แพทย์ และโปรแกรมที่เลือก
วันที่เผยแพร่: มิถุนายน 2569 (2026) | กำหนดทบทวนเนื้อหา: ธันวาคม 2569 (2026)