คำเตือนทางการแพทย์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจรับการรักษาทุกกรณี
ราคาเสริมคางปี 2026 เริ่มต้นตั้งแต่ 8,000 บาท สำหรับการฉีดฟิลเลอร์คาง ไปจนถึง 60,000 บาท สำหรับการเสริมคางด้วยซิลิโคน ทางเลือกที่เหมาะกับคุณขึ้นอยู่กับเป้าหมายความสวยงาม งบประมาณ และความต้องการในระยะยาว
เสริมคางคืออะไร
การเสริมคาง (Chin Augmentation หรือ Mentoplasty) คือกระบวนการปรับปรุงรูปทรงของคางและบริเวณขากรรไกรล่าง ให้ดูกลมกล่อม ได้สัดส่วน และสมดุลกับโครงหน้าโดยรวม โดยอาจใช้วิธีผ่าตัดฝังซิลิโคนหรือการฉีดสารฟิลเลอร์ ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล
กระแส K-Beauty และเทรนด์ V-Shape Face ที่มาจากเกาหลีใต้มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้ความต้องการเสริมคางเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย
ผู้ที่มักพิจารณาเสริมคาง:
- ผู้ที่มีปัญหา คางสั้น คางหด หรือ กรามยื่น ซึ่งทำให้โปรไฟล์ด้านข้างดูไม่สมดุล
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าจากทรงสี่เหลี่ยมให้ดูเรียวสวยแบบ V-face
- ผู้ที่ต้องการทดลองผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจผ่าตัด (เหมาะกับฟิลเลอร์)
ปัจจุบันการเสริมคางในประเทศไทยมีสองวิธีหลัก ได้แก่:
การฝังซิลิโคนคาง (Silicone Chin Implant)
วิธีผ่าตัด ให้ผลถาวร เหมาะกับคางสั้นมากหรือต้องการปรับโครงสร้างอย่างชัดเจน
การฉีดฟิลเลอร์คาง (Chin Filler Injection)
วิธีไม่ผ่าตัด ผลชั่วคราวแต่เห็นผลทันที เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักฟื้นสั้น
ราคาเสริมคาง 2026
ราคาเสริมคางในปี 2026 มีความหลากหลายตามวิธีการ วัสดุที่ใช้ และระดับของคลินิก
ราคาเสริมคางด้วยซิลิโคน (ผ่าตัด)
| ระดับคลินิก | ราคาประมาณการ (บาท) |
|---|---|
| คลินิกความงามทั่วไป | 20,000 – 30,000 |
| คลินิกเฉพาะทางระดับกลาง | 30,000 – 45,000 |
| โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ | 45,000 – 60,000 |
ราคาซิลิโคนเสริมคางรวมถึง:
- ค่าแพทย์ศัลยแพทย์และทีมงาน
- ค่าวิสัญญีแพทย์ (ยาชาหรือยาสลบ)
- ค่าห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ปลอดเชื้อ
- ค่าซิลิโคนคาง (Silimed, Mentor หรือยี่ห้อเทียบเท่า)
- ค่านัดติดตามผลหลังผ่าตัด 1–3 ครั้ง
ราคาฉีดฟิลเลอร์คาง (ไม่ผ่าตัด)
| ชนิดฟิลเลอร์ | ราคาประมาณการ (บาท/ซีซี) |
|---|---|
| Hyaluronic Acid (HA) — เช่น Juvederm, Restylane | 8,000 – 15,000 |
| Radiesse (Calcium Hydroxylapatite) | 12,000 – 20,000 |
* ปกติใช้ฟิลเลอร์ 1–2 ซีซีต่อครั้ง ต้องฉีดซ้ำทุก 12–18 เดือน ราคาขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาเสริมคาง
ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์
ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงและผ่านการฝึกอบรมเฉพาะด้านมักมีค่าตอบแทนสูงกว่า
ชนิดและยี่ห้อวัสดุ
ซิลิโคนแบรนด์นำเข้าจากยุโรปหรือสหรัฐฯ มักราคาสูงกว่าแบรนด์เอเชีย
ที่ตั้งคลินิก
กรุงเทพฯ โดยเฉพาะในเขตสุขุมวิทและสีลม มักมีราคาสูงกว่าต่างจังหวัด
ความซับซ้อนของกรณี
รูปหน้าที่ต้องการปรับมากจะใช้วัสดุมากขึ้น
บริการหลังการรักษาและการรับประกัน
คลินิกที่มีระบบติดตามผลครบวงจรมักมีราคาสูงกว่า
ค้นหาคลินิกเสริมคางที่ใช่สำหรับคุณ
ดูรายชื่อคลินิกและโรงพยาบาลที่ให้บริการเสริมคางพร้อมรีวิวจากผู้ใช้จริง
ดูคลินิกเสริมคางกว่า 313 แห่งทั่วไทย →เสริมคางแบบใส่ซิลิโคน vs ฉีดฟิลเลอร์คาง
ซิลิโคนเสริมคาง: ทางเลือกถาวร
- ผลลัพธ์ถาวร ไม่ต้องทำซ้ำ
- ปรับรูปทรงคางได้แม่นยำ
- คุ้มค่าในระยะยาว
- ผลลัพธ์คงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง
- ต้องผ่าตัดภายใต้ยาชาหรือยาสลบ
- ระยะพักฟื้น 7–14 วัน
- มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด
- ราคาเริ่มต้นสูงกว่าฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์คาง: ทางเลือกยืดหยุ่น
- ไม่ต้องผ่าตัด ทำได้ใน 30–60 นาที
- พักฟื้นสั้น 1–2 วัน
- ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า
- ฟิลเลอร์ HA ละลายออกได้ด้วย Hyaluronidase
- ผลชั่วคราว ต้องฉีดซ้ำทุก 12–18 เดือน
- ปริมาณการเปลี่ยนแปลงมีขีดจำกัด
- ค่าใช้จ่ายสะสมระยะยาวอาจสูงกว่า
ตารางเปรียบเทียบ
| เกณฑ์ | ซิลิโคนเสริมคาง | ฟิลเลอร์คาง |
|---|---|---|
| ราคา (2026) | 20,000–60,000 บาท | 8,000–20,000 บาท |
| ความคงทน | ถาวร (10–20+ ปี) | 12–18 เดือน |
| ระยะพักฟื้น | 7–14 วัน | 1–2 วัน |
| ความเสี่ยง | ปานกลาง (ผ่าตัด) | ต่ำ |
| ย้อนกลับได้ | ยาก (ต้องผ่าตัดอีกครั้ง) | ง่าย (HA ละลายได้) |
| เหมาะกับ | คางสั้นมาก ต้องการผลถาวร | ทดลองผล คางสั้นน้อย-ปานกลาง |
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ทุกประเภท อ่านได้ที่ ฉีดฟิลเลอร์ ราคา 2026: คู่มือครบจบ
ขั้นตอนการเสริมคาง
ขั้นตอนการเสริมคางด้วยซิลิโคน
การปรึกษาและวางแผน (Consultation)
แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด ถ่ายภาพ และอาจใช้โปรแกรม 3D Simulation เพื่อจำลองผลลัพธ์ที่คาดหวัง พร้อมเลือกขนาดและรูปทรงซิลิโคนที่เหมาะสม
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
งดอาหารและน้ำดื่มอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด หยุดยาต้านการแข็งตัวของเลือดตามคำแนะนำแพทย์ งดบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
การผ่าตัด (45–90 นาที)
แพทย์กรีดแผลขนาดเล็ก (1–2 ซม.) ภายในปากบริเวณเหงือกล่าง หรือใต้คางในแนวตามธรรมชาติของผิวหนัง จากนั้นสอดซิลิโคนเข้าสู่ตำแหน่งที่ถูกต้องและเย็บปิดแผล
การพักฟื้นหลังผ่าตัด
สวมผ้าพันคางหรือผ้ายืดพยุงขากรรไกร 5–7 วัน รับประทานยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง รับประทานอาหารอ่อนๆ ใน 1–2 สัปดาห์แรก งดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 4 สัปดาห์
การติดตามผล
นัดตรวจหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ (ตัดไหม) 1 เดือน และ 3 เดือน เพื่อประเมินผลลัพธ์และตรวจหาภาวะแทรกซ้อน
ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์คาง
ปรึกษาและประเมินโครงสร้างใบหน้า
แพทย์วิเคราะห์สัดส่วนคาง-จมูก-หน้าผาก และกำหนดจุดฉีดและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม
ทาครีมชาเฉพาะที่
รอให้ยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 20–30 นาที เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างฉีด
ฉีดฟิลเลอร์
แพทย์ใช้เข็มขนาดเล็กหรือแคนนูล (Cannula) ฉีดฟิลเลอร์ทีละจุดอย่างพิถีพิถัน ปรับทิศทางและรูปทรงแบบ Real-time ใช้เวลาประมาณ 20–40 นาที
กดนวดปรับรูปทรงและสังเกตอาการ
แพทย์กดนวดเบาๆ ให้ฟิลเลอร์กระจายตัวในตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นพักสังเกตอาการ 15–30 นาที
ผลลัพธ์และความคงทน
ซิลิโคนเสริมคาง
- เห็นผลตั้งแต่วันแรก แม้จะมีอาการบวม
- ผลสมบูรณ์ 3–6 เดือนหลังผ่าตัด
- ซิลิโคนคุณภาพสูง อายุการใช้งาน 10–20 ปีหรือตลอดชีวิต
- ไม่ยุบตัวตามกาลเวลา แตกต่างจากฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์คาง
- เห็นผลทันทีหลังฉีด แต่บวมกว่าปกติ 2–3 วัน
- ผลสมบูรณ์หลังบวมยุบ 2–4 สัปดาห์
- Hyaluronic Acid (HA): 12–15 เดือน
- Radiesse: 15–24 เดือน (กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน)
ผลข้างเคียงที่ต้องรู้
ผลข้างเคียงจากซิลิโคนเสริมคาง
พบบ่อย (ชั่วคราว):
- บวมและฟกช้ำบริเวณคาง 1–3 สัปดาห์
- อาการชาบริเวณคาง อาจอยู่ได้ 1–3 เดือน
- ปวดเล็กน้อยหลังผ่าตัด
ผลข้างเคียงที่เป็นไปได้:
- การติดเชื้อบริเวณแผล
- การเลื่อนตำแหน่งของซิลิโคน
- Capsular Contracture — เนื้อเยื่อหดรัดรอบซิลิโคน
ผลข้างเคียงจากฟิลเลอร์คาง
พบบ่อย (ชั่วคราว):
- บวม แดง และเจ็บบริเวณที่ฉีด 3–7 วัน
- ฟกช้ำเล็กน้อย 1–2 สัปดาห์
- รู้สึกตึงหรือแน่นบริเวณคาง
ผลข้างเคียงรุนแรง (พบน้อย):
- ก้อนฟิลเลอร์ (Nodules) หรือผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ
- การอุดตันของหลอดเลือด (Vascular Occlusion) — ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรับการรักษาทันที เป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
คำเตือนสำคัญ: ห้ามรับบริการฉีดฟิลเลอร์จากผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ไม่ว่าจะเป็นช่างเสริมสวย หรือผู้ที่ไม่ผ่านการฝึกอบรมทางการแพทย์ เนื่องจากความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง รวมถึงการอุดตันของหลอดเลือดที่ต้องรักษาทันที
เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย
ตรวจสอบคุณสมบัติและใบอนุญาตแพทย์
ตรวจสอบว่าแพทย์มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ถูกต้องจากแพทยสภา วุฒิบัตรเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และประสบการณ์ทำเสริมคางมาแล้วอย่างน้อย 50–100 ราย ขอดูผลงาน Before & After จริงของแพทย์คนนั้น
ประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล
ตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข ห้องผ่าตัดสำหรับซิลิโคนต้องมีระบบควบคุมอากาศและเครื่องมือครบครัน และต้องมียา Hyaluronidase (สำหรับละลายฟิลเลอร์ HA) สำรองไว้เสมอ
ความโปร่งใสด้านราคาและสัญญา
คลินิกที่น่าเชื่อถือจะออกใบเสนอราคาอย่างละเอียดระบุทุกรายการ ระวังโปรโมชั่นกดดัน เช่น "ราคาพิเศษหมดเขตวันนี้" สอบถามให้ชัดเจนว่าหากเกิดภาวะแทรกซ้อนจะรับผิดชอบอย่างไร
บริการหลังการรักษาและอ่านรีวิว
คลินิกดีต้องมีช่องทางติดต่อฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงและนโยบายนัดติดตามผลชัดเจน อ่านรีวิวจาก Pantip, Google Maps, Facebook Groups ด้านศัลยกรรม และระวังรีวิวจากบัญชีใหม่ที่ดู "สมบูรณ์แบบ" เกินจริง
คลินิกเสริมคาง
ค้นหาคลินิกและโรงพยาบาลที่ให้บริการเสริมคาง
คลินิกเสริมจมูก
ปรับทั้งคางและจมูกเพื่อ V-Shape สมบูรณ์
ฉีดฟิลเลอร์ ราคา 2026
ข้อมูลฟิลเลอร์ครบทุกตำแหน่ง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เสริมคางราคาเท่าไหร่ในปี 2026?
ราคาเสริมคางปี 2026 แบ่งตามวิธีได้ดังนี้: การฝังซิลิโคนคาง 20,000–60,000 บาท ขึ้นอยู่กับระดับคลินิกและประสบการณ์แพทย์ และการฉีดฟิลเลอร์คาง 8,000–20,000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้
เสริมคางซิลิโคนอยู่ได้นานแค่ไหน?
ซิลิโคนเสริมคางคุณภาพสูงจากแบรนด์ที่ได้มาตรฐานสามารถคงรูปได้ 10–20 ปีหรือตลอดชีวิต ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนซิลิโคนหากไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน แตกต่างจากฟิลเลอร์ที่ต้องทำซ้ำทุก 12–18 เดือน
ฉีดฟิลเลอร์คางกับเสริมคางซิลิโคนต่างกันอย่างไร?
ฟิลเลอร์คางเป็นวิธีไม่ผ่าตัด ผลชั่วคราว 12–18 เดือน ราคาต่ำกว่า พักฟื้นสั้นเพียง 1–2 วัน และสามารถย้อนกลับได้ (ฟิลเลอร์ HA) ในขณะที่ซิลิโคนเสริมคางคือการผ่าตัด ให้ผลถาวร ราคาสูงกว่า พักฟื้น 7–14 วัน แต่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
เสริมคางปลอดภัยไหม?
เมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องและในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน การเสริมคางถือว่าปลอดภัยสูง ความเสี่ยงที่พบบ่อยเป็นผลข้างเคียงชั่วคราว เช่น บวมและฟกช้ำ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้น้อยมากและมักเกิดจากแพทย์ไม่มีประสบการณ์หรือสถานพยาบาลไม่ได้มาตรฐาน
เสริมคางแล้วจะได้หน้า V-Shape จริงไหม?
การเสริมคางช่วยให้คางยื่นออกมาได้สัดส่วน โปรไฟล์ด้านข้างดูสมดุล และเสริมความโดดเด่นของ V-Shape ได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม V-Shape แบบสมบูรณ์แบบอาจต้องประกอบกับการรักษาอื่น เช่น การฉีดโบท็อกซ์ลดกราม หรือการเสริมจมูก ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าแต่ละบุคคล
หลังเสริมคางต้องพักฟื้นนานเท่าไหร่?
หลังฝังซิลิโคนคาง ต้องพักฟื้น 7–14 วัน มีบวมฟกช้ำและต้องงดอาหารแข็งช่วงแรก สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ พักฟื้นเพียง 1–2 วัน สามารถกลับทำงานหรือใช้ชีวิตปกติได้เร็วกว่ามาก
เสริมคางซิลิโคนกับฉีดฟิลเลอร์คาง วิธีไหนเจ็บกว่ากัน?
การฝังซิลิโคนคางอยู่ภายใต้ยาชาหรือยาสลบ จึงไม่รู้สึกเจ็บระหว่างผ่าตัด แต่จะมีความเจ็บปวดและไม่สบายในช่วงพักฟื้น 3–7 วันแรก ส่วนการฉีดฟิลเลอร์มีการทาครีมชาก่อน ระหว่างฉีดอาจรู้สึกตึงเล็กน้อย และหายภายใน 1–2 วัน โดยรวมแล้วฟิลเลอร์ก่อให้เกิดความไม่สบายน้อยกว่าการผ่าตัด
ค้นหาคลินิกเสริมคางที่ใช่สำหรับคุณ
ที่ Clinicintrend คุณสามารถค้นหาและเปรียบเทียบคลินิกเสริมความงามชั้นนำทั่วประเทศไทย พร้อมรีวิวจากผู้ใช้จริงและข้อมูลการติดต่อสอบถามราคาโดยตรง
ค้นหาคลินิกเสริมคาง →บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งที่ได้รับการรับรองโดยตรงก่อนตัดสินใจรับการรักษา ข้อมูลในบทความนี้ไม่สามารถทดแทนการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้
วันที่เผยแพร่: มิถุนายน 2569 (2026) | กำหนดทบทวนเนื้อหา: มกราคม 2570 (2027)