Hydrafacial ราคา 2026 – รู้ก่อนทำ เปรียบราคาทุกคลินิก

อัปเดต: มิถุนายน 2026 | ตรวจสอบโดยทีมบรรณาธิการการแพทย์ Clinicintrend

คำเตือนทางการแพทย์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการทุกครั้ง

Hydrafacial ราคา 2026 อยู่ที่ประมาณ 1,29910,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับประเภทคลินิก โปรแกรมที่เลือก และ Booster เสริม สำหรับใครที่กำลังมองหาการบำรุงผิวหน้าอย่างล้ำลึกด้วยเทคโนโลยีที่ไม่เจ็บปวด Hydrafacial ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมที่คลินิกความงามทั่วกรุงเทพฯ ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน บทความนี้รวบรวมข้อมูลราคา ขั้นตอนการทำ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้คุณเลือกบริการได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด

ราคา Hydrafacial 2026 – เปรียบราคาตามประเภทคลินิก

ระดับคลินิกโปรแกรมราคาต่ำสุดราคาสูงสุด
คลินิกทั่วไป / โปรโมชันHydrafacial มาตรฐาน (30 นาที)890 บาท2,000 บาท
คลินิกทั่วไป / โปรโมชันHydrafacial + Booster เพิ่มเติม1,299 บาท2,500 บาท
คลินิกความงามระดับกลางHydrafacial มาตรฐาน2,000 บาท3,000 บาท
คลินิกความงามระดับกลางHydrafacial + LED Light Therapy2,500 บาท3,500 บาท
คลินิกความงามระดับกลางHydrafacial + Perk (ริมฝีปาก/รอบดวงตา)3,000 บาท4,000 บาท
คลินิกพรีเมียม / รพ.เอกชนHydrafacial Deluxe (60+ นาที)3,500 บาท6,000 บาท
คลินิกพรีเมียม / รพ.เอกชนHydrafacial Platinum (+ Lymphatic Drainage)4,000 บาท10,000 บาท
แพ็กเกจคอร์สคอร์ส 3 ครั้ง (คลินิกกลาง-พรีเมียม)8,000 บาท18,000 บาท
แพ็กเกจคอร์สคอร์ส 6 ครั้ง (คลินิกกลาง-พรีเมียม)14,000 บาท30,000 บาท

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นอ้างอิงจากการสำรวจคลินิกในกรุงเทพฯ ปี 25682569 รวมถึง Lunar Bangkok Clinic, Menscape Clinic, KKC Clinic, STC Anti-Aging Clinic, SKNN Clinic และ Loft Thai Spa ราคาจริงอาจแตกต่างกันตามโปรโมชัน ฤดูกาล และนโยบายของแต่ละคลินิก ควรสอบถามราคาจากคลินิกโดยตรงก่อนตัดสินใจ

Hydrafacial คืออะไร

Hydrafacial เป็นเทคโนโลยีการดูแลผิวหน้าแบบ Vortex-Fusion ที่ใช้ระบบดูดสิ่งสกปรก ขัดผิว และเติมเซรั่มบำรุงเข้าสู่ผิวพร้อมกันในขั้นตอนเดียว ด้วยหัวอุปกรณ์พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อล้างรูขุมขนและส่งสารอาหารเข้าสู่ชั้นผิวอย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่นของ Hydrafacial ที่ทำให้เป็นที่นิยม:

  • ไม่เจ็บปวด — ไม่ใช้เข็ม ไม่ใช้เลเซอร์ที่ทำให้แสบร้อน
  • ไม่ต้องพักฟื้น — ทำเสร็จแล้วกลับบ้านได้เลย หน้าไม่แดงนาน
  • เห็นผลทันที — ผิวนุ่มชุ่มชื้น กระจ่างใสได้ตั้งแต่ครั้งแรก
  • เหมาะกับทุกสภาพผิว — แห้ง มัน ผสม บอบบาง หรือผิวแพ้ง่าย

เซรั่มที่ใช้ใน Hydrafacial ประกอบด้วยส่วนผสมสำคัญ เช่น กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid) สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) เปปไทด์ (Peptides) และสารสกัดพืชธรรมชาติ โดยแพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้เลือกสูตรเซรั่มให้เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ขั้นตอนการทำ Hydrafacial มีอะไรบ้าง

โปรแกรม Hydrafacial มาตรฐานประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ซึ่งใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3060 นาทีต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่เลือก

ขั้นที่ 1: Cleanse & Peel (ทำความสะอาดและลอกเซลล์ผิวเก่า)

หัวอุปกรณ์จะเคลื่อนไปบนผิวหน้าเพื่อลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก พร้อมทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่สะสมบนผิว โดยใช้กรด AHA/BHA เข้มข้นต่ำเพื่อช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน

ขั้นที่ 2: Extract & Hydrate (ดูดสิ่งสกปรกและเติมความชุ่มชื้น)

ระบบ Vortex-Extraction จะดูดสิ่งสกปรก ไขมัน และสิ่งอุดตันออกจากรูขุมขนอย่างอ่อนโยน พร้อมกันนั้นจะเติมเซรั่มไฮยาลูโรนิกเข้าสู่รูขุมขน เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นในระดับลึก

ขั้นที่ 3: Fuse & Protect (เติมสารบำรุงและปกป้องผิว)

เติมเซรั่มบำรุงผิวเฉพาะบุคคลที่ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เปปไทด์ และสารบำรุงอื่น ๆ เข้าสู่ผิว แพทย์จะเลือก Booster ที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของคุณ

ขั้นที่ 4: Boost & Tone (เสริมประสิทธิภาพ — เฉพาะโปรแกรมพรีเมียม)

บางคลินิกมีขั้นตอนเพิ่มเติม เช่น การกระตุ้นด้วย LED Light Therapy, Lymphatic Drainage หรือ MURAD Booster ที่เจาะจงปัญหาผิวเฉพาะ เช่น ฝ้า กระ หรือสิว

เคล็ดลับ: แนะนำให้ทำ Hydrafacial ทุก 46 สัปดาห์เพื่อผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง คลินิกส่วนใหญ่มีแพ็กเกจคอร์สที่ช่วยให้คุณประหยัดกว่าการทำครั้งเดียว

ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จากการทำ Hydrafacial

ระยะสั้น (ทันที–1 สัปดาห์)

  • • ผิวนุ่มขึ้น ลื่น ชุ่มชื้นอย่างเห็นได้ชัด
  • • รูขุมขนดูเล็กลง ผิวกระจ่างใส
  • • สีผิวสม่ำเสมอขึ้น

ระยะกลาง (1–4 สัปดาห์)

  • • สิวอุดตันและหัวดำลดลง
  • • ผิวผลัดเซลล์ได้ดีขึ้น
  • • ความยืดหยุ่นของผิวดีขึ้น

ระยะยาว (3–6 ครั้งขึ้นไป)

  • • ผิวโดยรวมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • • ฝ้า กระ จุดด่างดำจางลง
  • • ลดการเกิดสิวอักเสบในระยะยาว

ดูข้อมูลเปรียบเทียบคลินิกความงามที่ผ่านการรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ คลินิกความงามกรุงเทพฯ แนะนำ และ เลเซอร์หน้า ชนิดไหนดี ราคา 2026

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

Hydrafacial เป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงและได้รับการยอมรับในระดับสากล อย่างไรก็ตาม มีผลข้างเคียงเล็กน้อยที่อาจเกิดขึ้นได้

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป

  • • ผิวแดงเล็กน้อย 12 ชั่วโมงหลังทำ
  • • ผิวตึงหรือแห้งชั่วคราวในวันแรก
  • • อาจมีอาการแสบเล็กน้อยหากผิวบอบบางมาก

ข้อควรระวังก่อนทำ

  • • งดแสงแดดโดยตรงก่อนทำอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • • งดใช้ Retinol / AHA/BHA เข้มข้น 35 วัน
  • • แจ้งแพทย์หากใช้ยา Isotretinoin (Accutane)
  • • ไม่เหมาะกับผู้มีแผลเปิดหรืออักเสบรุนแรง

การดูแลหลังทำ Hydrafacial

  • • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดอย่างน้อย 2448 ชั่วโมง
  • • ใช้ครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไปทุกวัน
  • • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ซาวน่า ในวันแรก
  • • ดื่มน้ำอย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน
  • • งดใช้ Retinol / AHA/BHA เป็นเวลา 3 วันหลังทำ

สำรวจ บทความดูแลผิวและการบำรุงผิวหน้าหลังทำหัตถการ ที่ควรใช้คู่กับ Hydrafacial เพื่อให้ผลลัพธ์ยาวนานขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Hydrafacial ราคา 2026 เริ่มต้นเท่าไหร่?

Hydrafacial ราคา 2026 ในกรุงเทพฯ เริ่มต้นที่ประมาณ 1,299 บาทสำหรับโปรแกรมมาตรฐานที่คลินิกทั่วไป และอาจสูงถึง 10,000 บาทขึ้นไปสำหรับโปรแกรม Platinum ที่คลินิกพรีเมียม ราคาขึ้นอยู่กับประเภทโปรแกรม สถานที่ตั้ง และ Booster ที่เลือกเพิ่ม

ทำ Hydrafacial แล้วเจ็บไหม?

Hydrafacial ไม่เจ็บปวด ผู้รับบริการส่วนใหญ่รู้สึกเพียงความรู้สึกดูดเบา ๆ บนผิวหน้า คล้ายกับการนวดอย่างอ่อนโยน ซึ่งถือว่าสบายมากเมื่อเทียบกับการบีบสิวหรือการทำ Microdermabrasion แบบดั้งเดิม

Hydrafacial เหมาะกับผิวประเภทไหน?

Hydrafacial เหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม หรือผิวบอบบาง แพทย์จะปรับสูตรเซรั่มให้เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละคน ผู้ที่มีผิวอักเสบรุนแรงหรือเป็นโรคผิวหนังเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ

ต้องทำ Hydrafacial บ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล?

แนะนำให้ทำ Hydrafacial ทุก 4–6 สัปดาห์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและต่อเนื่อง สำหรับคนที่ต้องการแก้ปัญหาผิวเฉพาะ เช่น สิวหรือฝ้า แพทย์อาจแนะนำให้ทำถี่ขึ้นในช่วงแรก แล้วค่อย ๆ ลดความถี่ลงเมื่อผิวดีขึ้น

Hydrafacial กับ Microdermabrasion ต่างกันอย่างไร?

Hydrafacial ใช้ระบบน้ำในการขัดผิว ทำให้ระคายเคืองผิวน้อยกว่า Microdermabrasion และสามารถเติมสารบำรุงเข้าผิวได้พร้อมกัน จึงเหมาะกับผิวบอบบางมากกว่า และให้ความชุ่มชื้นหลังทำดีกว่า