จัดฟัน ราคา 2026: เปรียบเทียบทุกประเภทและค่าใช้จ่ายฉบับสมบูรณ์

อัปเดต: มิถุนายน 2026 | ตรวจสอบโดยทีมบรรณาธิการการแพทย์ Clinicintrend

คำเตือนทางการแพทย์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการทุกครั้ง

จัดฟัน ราคา 2026 อยู่ที่ประมาณ 40,000150,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องมือจัดฟันที่เลือก ความซับซ้อนของกรณี และระดับคลินิกทันตกรรม ในปีนี้มีตัวเลือกตั้งแต่จัดฟันโลหะแบบดั้งเดิมไปจนถึงเครื่องมือใสที่มองไม่เห็น บทความนี้รวบรวมข้อมูลราคาล่าสุด ระยะเวลาการรักษา และแนวทางการเลือกประเภทจัดฟันที่เหมาะกับคุณ

ตารางราคา จัดฟัน 2026

ประเภทจัดฟันราคาเริ่มต้นราคาเฉลี่ยราคาพรีเมียม
จัดฟันโลหะ – คลินิกทั่วไป40,000 บาท55,000 บาท70,000 บาท
จัดฟันโลหะ – คลินิกเฉพาะทาง/โรงพยาบาล55,000 บาท70,000 บาท90,000 บาท
จัดฟันเซรามิก55,000 บาท75,000 บาท100,000 บาท
จัดฟันด้านใน (Lingual)100,000 บาท125,000 บาท150,000 บาท
Invisalign / เครื่องมือใส70,000 บาท110,000 บาท150,000 บาท
รีเทนเนอร์ (Retainer) หลังจัดฟัน3,000 บาท5,000 บาท8,000 บาท

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นข้อมูลประมาณการตลาดปี 25682569 อาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามคลินิกโดยตรง

จัดฟันมีกี่ประเภทในปี 2026?

คลินิกทันตกรรมในไทยให้บริการจัดฟัน 4 ประเภทหลัก ดังนี้

1. จัดฟันโลหะ (Metal Braces)

เครื่องมือจัดฟันแบบดั้งเดิม ใช้แบร็คเก็ตโลหะสีเงินติดที่ฟัน ประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะกับทุกกรณี รวมถึงกรณีฟันซ้อนหรือสบฟันผิดปกติรุนแรง

2. จัดฟันเซรามิก (Ceramic Braces)

ใช้แบร็คเก็ตเซรามิกสีเนื้อหรือสีขาว มองเห็นได้น้อยกว่าโลหะ แต่ยังต้องการลวดโลหะ เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจความสวยงามระหว่างการรักษา

3. จัดฟันด้านใน (Lingual Braces)

ติดแบร็คเก็ตด้านในของฟัน มองไม่เห็นจากภายนอก เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสวยงามสูงสุด แต่ราคาแพงกว่าและอาจพูดไม่ถนัดในช่วงแรก

4. เครื่องมือจัดฟันใส (Clear Aligners / Invisalign)

ใช้ถาดพลาสติกใสที่ถอดได้ เปลี่ยนชุดทุก 12 สัปดาห์ มองไม่เห็นขณะใส่ เหมาะกับกรณีปานกลาง ผู้ที่ต้องการความสะดวกในการทำความสะอาด

จัดฟันโลหะ เซรามิก หรือ Invisalign เลือกอะไรดี?

จัดฟันโลหะ: ดีสุดในด้านประสิทธิภาพและราคา

จัดฟันโลหะยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดและมีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกกรณี ข้อดีคือราคาต่ำ ควบคุมฟันได้แม่นยำ เหมาะกับฟันซ้อนหรือสบฟันผิดปกติซับซ้อน ข้อเสียคือมองเห็นได้ชัด และอาจทำให้เจ็บปากในช่วงแรก

จัดฟันเซรามิก: สวยกว่าแต่ราคาสูงกว่า

เซรามิกเหมาะกับผู้ที่ใส่ใจความสวยงามแต่ยังต้องการความแม่นยำของแบร็คเก็ตติดฟัน ข้อควรระวังคือแบร็คเก็ตเซรามิกอาจเปลี่ยนสีหากดื่มกาแฟหรือชาบ่อย และอาจแตกหักได้ง่ายกว่าโลหะ

Invisalign: สะดวก ถอดได้ แต่ต้องมีวินัย

Invisalign และเครื่องมือใสแบรนด์อื่นเหมาะกับผู้ที่ต้องการความสวยงามสูงสุดและไลฟ์สไตล์ที่ยืดหยุ่น แต่ต้องใส่อย่างน้อย 2022 ชั่วโมงต่อวัน หากถอดบ่อยจะทำให้การรักษาไม่ได้ผล ไม่เหมาะกับกรณีฟันซ้อนหรือสบฟันผิดปกติรุนแรง

ขั้นตอนการจัดฟัน

การจัดฟันทุกประเภทมีขั้นตอนหลักที่คล้ายกัน ดังนี้

  1. ประเมินเบื้องต้น ทันตแพทย์จัดฟันตรวจช่องปาก ถ่าย X-ray กะโหลก ถ่ายรูปฟัน และอาจพิมพ์แบบฟันเพื่อวางแผนการรักษา
  2. วางแผนการรักษา ทันตแพทย์นำเสนอแผนการรักษา ระยะเวลา ประเภทเครื่องมือ และค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผู้ป่วยอาจต้องถอนฟันบางซี่ก่อนเริ่มจัดฟัน
  3. ติดเครื่องมือจัดฟัน ขัดฟัน ติดกาว วางแบร็คเก็ต ร้อยลวดจัดฟัน ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง
  4. นัดติดตามผล นัดพบทุก 46 สัปดาห์ เพื่อกระชับลวดและตรวจความคืบหน้า แต่ละนัดใช้เวลา 3060 นาที
  5. ถอดเครื่องมือและใส่รีเทนเนอร์ เมื่อฟันได้ตำแหน่งที่ต้องการ ถอดเครื่องมือและใส่รีเทนเนอร์เพื่อรักษาผลลัพธ์

ระยะเวลาการจัดฟัน

ระยะเวลาจัดฟันขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของกรณี

  • กรณีเบา (ฟันเกหรือซ้อนเล็กน้อย): 1218 เดือน
  • กรณีปานกลาง (ฟันซ้อนหรือสบฟันผิดปกติพอสมควร): 1828 เดือน
  • กรณีซับซ้อน (ฟันซ้อนมาก สบฟันผิดปกติรุนแรง): 2840 เดือน หรือนานกว่า

แผนผ่อนชำระค่าจัดฟัน

คลินิกทันตกรรมส่วนใหญ่ในไทยมีแผนผ่อนชำระ ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย

  • ผ่อน 0% ดอกเบี้ย: บัตรเครดิตบางธนาคารผ่อนได้ 612 เดือน
  • ผ่อนกับคลินิก: บางคลินิกให้ผ่อนตรง 1224 เดือน มักมีดอกเบี้ยต่ำหรือไม่มี
  • ผ่อนผ่านบริษัทสินเชื่อ: ตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเวลาผ่อนนานกว่า

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาจัดฟัน

  1. ความซับซ้อนของกรณี: ฟันซ้อนมากหรือสบฟันผิดปกติจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
  2. ประเภทเครื่องมือ: Invisalign และจัดฟันด้านในราคาสูงกว่าโลหะมาก
  3. ระดับและชื่อเสียงของคลินิก: คลินิกเฉพาะทางออร์โธดอนต์มักแพงกว่าคลินิกทั่วไป
  4. ทันตแพทย์จัดฟัน (Orthodontist): ทันตแพทย์เฉพาะทางที่จบอนุมัติบัตรออร์โธดอนต์มักมีค่าบริการสูงกว่า แต่ผลลัพธ์มักดีกว่า
  5. ค่าถอนฟัน/ค่ารักษาโรคปริทันต์: หากต้องรักษาก่อนจัดฟันจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

สิ่งที่ควรรู้ก่อนจัดฟัน

  • ตรวจสุขภาพฟันก่อน: ควรรักษาฟันผุและโรคเหงือกให้หายก่อนเริ่มจัดฟัน
  • ดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอ: ต้องแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อและใช้ไหมขัดฟัน
  • หลีกเลี่ยงอาหารแข็งหรือเหนียว: อาจทำให้แบร็คเก็ตหลุดและต้องเสียเวลาซ่อม
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับความร่วมมือ: สำหรับ Invisalign ต้องใส่ตามเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
  • รีเทนเนอร์สำคัญมาก: หลังถอดเครื่องมือต้องใส่รีเทนเนอร์ตลอดไปมิฉะนั้นฟันจะเคลื่อนกลับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

จัดฟัน ราคา 2026 เริ่มต้นที่เท่าไหร่?

จัดฟันโลหะแบบดั้งเดิมเริ่มต้นที่ประมาณ 40,000–55,000 บาทสำหรับคลินิกทั่วไป Invisalign เริ่มต้นที่ 70,000 บาทขึ้นไป คลินิกพรีเมียมและโรงพยาบาลเอกชนอาจสูงถึง 150,000 บาท

จัดฟันใช้เวลานานแค่ไหน?

โดยเฉลี่ย 18–28 เดือน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของกรณี กรณีเบาอาจเสร็จใน 12 เดือน กรณีซับซ้อนอาจใช้เวลาถึง 3–4 ปี

จัดฟัน Invisalign ดีกว่าจัดฟันโลหะไหม?

ขึ้นอยู่กับกรณี Invisalign เหมาะกับกรณีปานกลาง ให้ความสวยงามและสะดวกกว่า แต่ราคาสูงกว่าและต้องมีวินัยสูง จัดฟันโลหะมีประสิทธิภาพสูงกว่าสำหรับกรณีซับซ้อน

จัดฟันเจ็บไหม?

มีอาการเจ็บตึงฟันในช่วง 2–3 วันแรกหลังติดเครื่องมือและหลังทุกครั้งที่กระชับลวด ซึ่งทุเลาได้ด้วยยาแก้ปวดทั่วไปและอาหารอ่อน

จัดฟันมีผ่อนชำระไหม?

ส่วนใหญ่คลินิกมีแผนผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต 0% หรือผ่อนกับคลินิกโดยตรง ควรถามรายละเอียดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ

หลังจัดฟันเสร็จต้องทำอะไรต่อ?

ต้องใส่รีเทนเนอร์ (Retainer) ซึ่งในช่วงแรกจะใส่เกือบตลอดเวลา แล้วค่อยลดเหลือใส่ตอนกลางคืนเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันเคลื่อนกลับ

ต้องถอนฟันก่อนจัดฟันไหม?

ขึ้นอยู่กับกรณี ผู้ที่มีฟันแน่นหรือขากรรไกรเล็กมักต้องถอนฟัน 2–4 ซี่ก่อน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องถอน ทันตแพทย์จะประเมินจาก X-ray ก่อน

ค้นหาคลินิกจัดฟันที่ใช่สำหรับคุณ

เปรียบเทียบคลินิกในพื้นที่ของคุณ พร้อมรีวิวและราคาจริง

ค้นหาคลินิกจัดฟัน

บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ราคาที่ระบุเป็นข้อมูลโดยประมาณ ณ ปี 2569

วันที่เผยแพร่: มิถุนายน 2569 (2026) | กำหนดทบทวนเนื้อหา: มกราคม 2570 (2027)

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ