ราคาฟิลเลอร์ในปี 2569 (2026) อยู่ที่ประมาณ 4,500–30,000 บาทต่อตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด ชนิดของสารฟิลเลอร์ และยี่ห้อที่เลือกใช้ บทความนี้รวบรวมข้อมูลราคาเฉลี่ย เปรียบเทียบยี่ห้อยอดนิยม และแนะนำวิธีเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์อย่างปลอดภัย
ฟิลเลอร์คืออะไร ทำงานอย่างไร
ฟิลเลอร์ (Dermal Filler) คือสารเติมเต็มผิวหนังที่ฉีดเข้าใต้ผิวเพื่อเพิ่มปริมาตร ยกกระชับโครงหน้า หรือลดเลือนร่องรอยต่างๆ สารฟิลเลอร์ส่วนใหญ่ทำมาจากวัสดุที่ร่างกายยอมรับได้ และจะค่อยๆ สลายตัวเองตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป
กระบวนการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไปใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที โดยแพทย์จะใช้เข็มหรือแคนนูลา (Cannula) ฉีดสารเข้าสู่ชั้นผิวหนังหรือเนื้อเยื่อที่ต้องการ เห็นผลได้ทันทีหลังการรักษา และไม่ต้องพักฟื้นนาน
ประเภทของฟิลเลอร์ที่ใช้กันทั่วไป
การเลือกประเภทฟิลเลอร์ที่เหมาะสมส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและความคงทน ปัจจุบันฟิลเลอร์แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก
Hyaluronic Acid (HA) — ไฮยาลูโรนิค แอซิด
เป็นฟิลเลอร์ที่นิยมมากที่สุด HA เป็นสารที่พบตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ จึงมีความเสี่ยงการแพ้ต่ำ สามารถละลายออกได้ด้วยเอนไซม์ Hyaluronidase หากเกิดผลข้างเคียงหรือต้องการแก้ไข อายุการใช้งาน 6–18 เดือน
PLLA (Poly-L-Lactic Acid) — พีแอลแอลเอ
กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย แทนที่จะเติมเต็มโดยตรง ผลลัพธ์จึงค่อยเป็นค่อยไปและดูเป็นธรรมชาติ อายุการใช้งานยาวนานกว่า HA อยู่ที่ประมาณ 2 ปีขึ้นไป เหมาะสำหรับการฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวในวงกว้าง
Calcium Hydroxyapatite (CaHA) — แคลเซียม ไฮดรอกซีอะพาไทต์
มีความหนาแน่นสูงกว่า HA เหมาะสำหรับการเสริมโครงหน้าที่ต้องการความคงรูป เช่น จมูก คาง และกระดูกโหนกแก้ม สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ ไม่สามารถละลายด้วยเอนไซม์ได้เหมือน HA อายุการใช้งาน 12–18 เดือน
ราคาฟิลเลอร์ 2569 แต่ละส่วนของใบหน้า
ราคาด้านล่างนี้คือช่วงราคาเฉลี่ยในตลาดประเทศไทยปี 2569 ราคาจริงอาจแตกต่างกันไปตามคลินิก ยี่ห้อที่ใช้ และปริมาณ cc ที่ฉีด ควรสอบถามราคาที่ชัดเจนก่อนนัดหมาย
| ตำแหน่ง | ราคาเริ่มต้น | ปริมาณที่นิยม |
|---|---|---|
| ริมฝีปาก (Lip Filler) | 5,000 – 15,000 บาท | 0.5–1 cc |
| จมูก (Nose Filler) | 8,000 – 20,000 บาท | 0.5–1 cc |
| แก้ม (Cheek Filler) | 8,000 – 25,000 บาท | 1–2 cc ต่อข้าง |
| คาง (Chin Filler) | 8,000 – 20,000 บาท | 0.5–1 cc |
| ร่องแก้ม / ริ้วรอยหน้ายิ้ม | 6,000 – 18,000 บาท | 1–2 cc ต่อข้าง |
| ใต้ตา / ร่องตาแพนด้า (Tear Trough) | 8,000 – 20,000 บาท | 0.5–1 cc ต่อข้าง |
| หน้าผาก (Forehead) | 6,000 – 18,000 บาท | 1–2 cc |
| ขมับ (Temple) | 6,000 – 16,000 บาท | 1–2 cc ต่อข้าง |
หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นราคาเริ่มต้น ราคาจริงขึ้นอยู่กับจำนวน cc ที่ใช้ ยี่ห้อฟิลเลอร์ และราคามาตรฐานของแต่ละคลินิก
เปรียบเทียบยี่ห้อฟิลเลอร์ยอดนิยมในไทย
ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ในคลินิกไทยและควรมีการรับรองจาก อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) มีดังนี้
Juvederm (จูวีเดิร์ม)
ผลิตโดย Allergan (AbbVie) เป็นฟิลเลอร์ HA ที่ใช้เทคโนโลยี VYCROSS ทำให้มีความเนียนนุ่มและกระจายตัวสม่ำเสมอ มีหลายสูตร เช่น Juvederm Voluma สำหรับเสริมปริมาตรแก้ม และ Juvederm Ultra XC สำหรับริมฝีปาก อายุการใช้งาน 12–24 เดือน
Restylane (เรสทีเลน)
ผลิตโดย Galderma เป็นฟิลเลอร์ HA ที่มีหลายความหนาแน่นให้เลือกตามตำแหน่ง เช่น Restylane Kysse สำหรับริมฝีปาก และ Restylane Lyft สำหรับแก้ม มีความเสถียรสูง อายุการใช้งาน 6–18 เดือน
Teosyal (ทีโอซีอัล)
ผลิตโดย Teoxane จากสวิตเซอร์แลนด์ เป็น HA ฟิลเลอร์ที่ผ่านกระบวนการ RHA (Resilient Hyaluronic Acid) ทำให้ยืดหยุ่นและเคลื่อนไหวตามการแสดงออกทางสีหน้าได้เป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น ริมฝีปาก
Stylage (สไตเลจ)
ผลิตโดย Laboratoires Vivacy จากฝรั่งเศส มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ (Mannitol) ที่ช่วยลดอาการบวมและอักเสบ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือผิวแพ้ง่าย
| ยี่ห้อ | ประเทศ | ชนิด | จุดเด่น | อายุการใช้งาน |
|---|---|---|---|---|
| Juvederm | สหรัฐอเมริกา | HA | เนียน กระจายตัวดี (VYCROSS) | 12–24 เดือน |
| Restylane | สวีเดน | HA | หลายความหนาแน่น เสถียรสูง | 6–18 เดือน |
| Teosyal | สวิตเซอร์แลนด์ | HA (RHA) | ยืดหยุ่น เคลื่อนตามสีหน้าได้ | 9–18 เดือน |
| Stylage | ฝรั่งเศส | HA + Mannitol | ลดบวม เหมาะผิวบอบบาง | 6–18 เดือน |
ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน และต้องฉีดซ้ำเมื่อไหร่
ระยะเวลาที่ฟิลเลอร์คงอยู่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
- ชนิดของฟิลเลอร์: HA สลายตัวเร็วกว่า CaHA และ PLLA
- ตำแหน่งที่ฉีด: บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น ริมฝีปาก สลายเร็วกว่าบริเวณที่นิ่งกว่า เช่น คาง
- เมตาบอลิซึมของแต่ละบุคคล: ผู้ที่ออกกำลังกายหนักหรือมีเมตาบอลิซึมสูงอาจสลายฟิลเลอร์เร็วกว่าปกติ
- ปริมาณที่ฉีด: ปริมาณที่มากขึ้นมักคงอยู่ได้นานกว่า
โดยทั่วไปแนะนำให้ติดตามผลกับแพทย์ทุก 6–12 เดือน และฉีดซ้ำเมื่อสังเกตเห็นว่าผลลัพธ์เริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ควรรีบฉีดซ้ำก่อนที่ฟิลเลอร์เดิมจะสลายตัวหมด เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อสะสมสารเกินความจำเป็น
ผลข้างเคียงและความเสี่ยงที่ควรทราบ
การฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีความปลอดภัยสูง แต่ก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระดับ
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและหายเองได้
- บวมช้ำบริเวณที่ฉีด มักหายภายใน 3–7 วัน
- รู้สึกเจ็บหรือชาเล็กน้อยหลังฉีด
- ผิวแดงชั่วคราว
ผลข้างเคียงรุนแรงที่ต้องพบแพทย์ทันที
- Vascular Occlusion (การอุดตันของหลอดเลือด): เป็นภาวะฉุกเฉินที่เกิดจากการฉีดสารเข้าหลอดเลือด อาจทำให้เนื้อเยื่อตายหรือตาบอดได้ถ้าไม่รักษาทันท่วงที ต้องได้รับการฉีด Hyaluronidase เพื่อละลาย HA ทันที
- การติดเชื้อ: หากไม่ได้ทำในสภาพแวดล้อมปลอดเชื้อ
- Granuloma (การเกิดก้อน): พบได้น้อยแต่อาจต้องใช้เวลาในการรักษา
- Tyndall Effect: สีผิวเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินหรือเทา มักเกิดจากการฉีด HA ลึกน้อยเกินไปในบริเวณผิวบาง เช่น ใต้ตา
วิธีป้องกัน: เลือกคลินิกที่มีแพทย์ผิวหนังหรือศัลยแพทย์ที่ได้รับการรับรอง มีประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ และมียา Hyaluronidase พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินในคลินิก
เลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ต้องดูอะไรบ้าง
การเลือกคลินิกที่เหมาะสมเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในกระบวนการฉีดฟิลเลอร์ ควรตรวจสอบปัจจัยต่อไปนี้
- คุณสมบัติและใบอนุญาตของแพทย์: แพทย์ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ยังมีผลบังคับใช้ และมีประสบการณ์ด้านความงามหรือผิวหนัง
- ยี่ห้อและแหล่งที่มาของฟิลเลอร์: ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย และนำเข้าจากตัวแทนอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่สินค้าเลียนแบบหรือสินค้าที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
- การปรึกษาก่อนทำหัตถการ: คลินิกที่ดีจะมีการปรึกษาก่อนฉีดอย่างละเอียด รวมถึงประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับโครงหน้าของแต่ละบุคคล
- ความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน: คลินิกควรมียา Hyaluronidase และอุปกรณ์กู้ภัยพร้อมใช้งานตลอดเวลา
- ความโปร่งใสด้านราคา: คลินิกที่น่าเชื่อถือจะแจ้งราคาและรายการที่รวมอยู่อย่างชัดเจนก่อนทำ ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น
- สถานที่และสภาพแวดล้อม: ต้องสะอาด ถูกสุขอนามัย และมีมาตรฐานการป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรค
ค้นหาและเปรียบเทียบคลินิกความงามที่ให้บริการฉีดฟิลเลอร์ในพื้นที่ของคุณได้ที่ คลินิกเสริมความงาม — รายชื่อและรีวิว และ คลินิกฉีดฟิลเลอร์ บน Clinicintrend
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์
ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม?
ฟิลเลอร์กับโบทอกซ์ต่างกันอย่างไร?
ฟิลเลอร์ฉีดเสร็จแล้วต้องดูแลอะไรบ้าง?
ฟิลเลอร์ต้องฉีดซ้ำเมื่อไหร่?
สรุป: ฟิลเลอร์ราคา 2569 เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าและปลอดภัย
การฉีดฟิลเลอร์เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่ต้องการปรับโครงหน้าหรือลดเลือนร่องรอยโดยไม่ต้องผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ราคาที่ถูกกว่าไม่ได้หมายความว่าดีกว่าเสมอไป การเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและคลินิกที่มีมาตรฐานสำคัญกว่าการตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ:
- ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน และมีการรับรองจาก อย.
- แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์จริง
- ความโปร่งใสด้านราคา ที่บอกเป็นช่วง ไม่ใช่ราคาดึงดูดที่มีเงื่อนไขซ่อนอยู่
- การปรึกษาก่อนทำ เพื่อประเมินความเหมาะสมกับสภาพผิวและโครงหน้าของแต่ละคน
ดูรายชื่อคลินิกที่ให้บริการฉีดฟิลเลอร์พร้อมข้อมูลราคาและรีวิวจากผู้ใช้จริงได้ที่ Clinicintrend — ค้นหาคลินิกความงาม และ บทความความรู้เรื่องการดูแลผิวและความงาม