คำเตือนทางการแพทย์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการทุกครั้ง ราคาที่ระบุเป็นค่าประมาณตลาดไทยปี 2026
ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา 2026 เริ่มต้นเท่าไหร่? เปรียบเทียบราคาทุกคลินิก
ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา 2026 เริ่มต้นที่ประมาณ ฿8,000 ถึง ฿30,000 ขึ้นอยู่กับชนิดของสารฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และประเภทคลินิก โดยคลินิกเสริมความงามทั่วไปมีราคาเข้าถึงได้มากกว่า ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนและคลินิกแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางมักคิดราคาสูงกว่า เนื่องจากมาตรฐานความปลอดภัยและความเชี่ยวชาญที่สูงกว่า บทความนี้รวบรวมข้อมูลราคา ขั้นตอน และวิธีเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือในปี 2026 เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร?
ฟิลเลอร์ใต้ตา (Tear Trough Filler) คือการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) เข้าไปในบริเวณร่องใต้ตา หรือที่เรียกว่า "Tear Trough" เพื่อเติมเต็มความร่องลึก ลดรอยคล้ำ และลดอาการตาดูบวมอ่อนล้า
ไฮยาลูโรนิกแอซิดเป็นสารที่พบตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ มีคุณสมบัติในการดึงดูดและกักเก็บน้ำ ทำให้ผิวบริเวณใต้ตาดูเต่งตึง สดใส และอ่อนเยาว์มากขึ้น ผลลัพธ์โดยทั่วไปอยู่ได้นานประมาณ 9–18 เดือน ก่อนที่ร่างกายจะค่อยๆ สลายสารฟิลเลอร์ไปตามธรรมชาติ
ความแตกต่างระหว่างฟิลเลอร์ใต้ตากับการรักษาแบบอื่น
| วิธีการรักษา | ผลลัพธ์หลัก | ระยะเวลาผล | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| ฟิลเลอร์ใต้ตา (HA) | เติมร่อง ลดคล้ำ สดใส | 9–18 เดือน | ฿8,000–฿30,000 |
| ครีมทาใต้ตา | ลดคล้ำชั่วคราว | ชั่วคราว | ฿500–฿3,000 |
| เลเซอร์ใต้ตา | ลดคล้ำ กระชับผิว | 1–2 ปี | ฿5,000–฿20,000 |
| ผ่าตัดถุงใต้ตา (Blepharoplasty) | ถาวร แก้ไขโครงสร้าง | ถาวร | ฿30,000–฿150,000 |
ฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์รวดเร็วโดยไม่ต้องผ่าตัด และยอมรับการบำรุงรักษาซ้ำทุก 1–1.5 ปีได้
ใครเหมาะกับการทำฟิลเลอร์ใต้ตา?
แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง (Dermatologist) แนะนำว่าผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากฟิลเลอร์ใต้ตา ได้แก่:
- ผู้ที่มีร่องใต้ตาลึก โดยเฉพาะที่เกิดจากอายุหรือกรรมพันธุ์ ทำให้ดูอ่อนเพลียตลอดเวลาแม้จะพักผ่อนเพียงพอ
- ผู้ที่มีรอยคล้ำใต้ตาที่เกิดจากผิวบาง ซึ่งทำให้มองเห็นหลอดเลือดใต้ผิวหนังชัดเจน
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและไม่ต้องพักฟื้นนาน โดยยอมรับการทำซ้ำทุก 1–1.5 ปีได้
- ผู้ที่มีสุขภาพดีทั่วไป ไม่มีโรคแพ้ภูมิตัวเอง ไม่ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
ผู้ที่ไม่เหมาะกับฟิลเลอร์ใต้ตา
ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการทำฟิลเลอร์ใต้ตา โดยแพทย์มักไม่แนะนำสำหรับ:
- ผู้ที่มี ถุงใต้ตาจากไขมันที่โป่งออก (Fat Herniation) — ฟิลเลอร์อาจทำให้ดูบวมมากขึ้น ควรพิจารณาผ่าตัดแทน
- ผู้ที่มีผิวหนังใต้ตา หย่อนคล้อยมาก โดยไม่มีร่องลึก
- ผู้ที่ แพ้ส่วนประกอบ ในสารฟิลเลอร์
- ผู้ที่ กินยาละลายเลือดหรือยาต้านการอักเสบ — ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
ขั้นตอนการทำฟิลเลอร์ใต้ตา
การทำฟิลเลอร์ใต้ตาใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที รวมขั้นตอนการเตรียมตัว โดยมีขั้นตอนดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1: การปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
แพทย์จะประเมินสภาพผิวใต้ตา ถ่ายภาพก่อนทำ (Before Photo) และหารือเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่คาดหวัง ระบุชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม พร้อมทั้งแจ้งความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ขั้นตอนที่ 2: การทำความสะอาดและทายาชา
บริเวณใต้ตาจะถูกทำความสะอาดและทายาชาเฉพาะที่ประมาณ 20–30 นาที เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างการฉีด สารฟิลเลอร์บางแบรนด์มี Lidocaine ผสมอยู่ด้วยเพื่อช่วยลดความเจ็บปวดเพิ่มเติม
ขั้นตอนที่ 3: การฉีดสารฟิลเลอร์
แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กหรือ Microcannula (เข็มปลายทู่) ฉีดสารฟิลเลอร์เข้าไปในชั้นที่เหมาะสมใต้ผิวหนัง การใช้ Cannula มักช่วยลดรอยช้ำ ลดความเจ็บปวด และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน
ขั้นตอนที่ 4: การนวดและปรับแต่ง
หลังการฉีด แพทย์จะนวดเบาๆ เพื่อกระจายสารฟิลเลอร์ให้สม่ำเสมอ เป็นธรรมชาติ และไม่เกิดก้อน
ขั้นตอนที่ 5: การตรวจสอบผลลัพธ์และคำแนะนำหลังทำ
แพทย์จะถ่ายภาพหลังทำ (After Photo) เปรียบเทียบผลลัพธ์ และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองในช่วง 24–72 ชั่วโมงหลังทำ
ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา 2026 เปรียบเทียบตามประเภทคลินิก
ราคา ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา 2026 แตกต่างกันตามปัจจัยหลายประการ ได้แก่ ชนิดของสารฟิลเลอร์ที่ใช้ ความเชี่ยวชาญของแพทย์ ที่ตั้งคลินิก และแบรนด์ฟิลเลอร์
| ประเภทคลินิก | ราคาเริ่มต้น | ราคาสูงสุด | แบรนด์ที่นิยมใช้ | ระดับความเชี่ยวชาญ |
|---|---|---|---|---|
| คลินิกเสริมความงามทั่วไป | ฿8,000 | ฿15,000 | Juvederm, Restylane | แพทย์ทั่วไปที่ผ่านการอบรม |
| คลินิกแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง | ฿12,000 | ฿22,000 | Teosyal, Belotero, Juvederm | แพทย์ผิวหนัง (Dermatologist) |
| คลินิกเมดิสปา | ฿10,000 | ฿20,000 | Juvederm, Restylane | แพทย์ผ่านการรับรอง |
| โรงพยาบาลเอกชน | ฿15,000 | ฿30,000 | Juvederm Volbella, Restylane Refyne | ศัลยแพทย์ตกแต่ง |
ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาฟิลเลอร์ใต้ตา
1. ชนิดของสารฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์รุ่นใหม่ที่มีความหนืดต่ำ (Low Viscosity) ซึ่งออกแบบมาสำหรับบริเวณใต้ตาโดยเฉพาะ เช่น Teosyal Redensity II หรือ Juvederm Volbella และ Belotero Balance มักมีราคาสูงกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป แต่ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่าและลดความเสี่ยง Tyndall Effect
2. ปริมาณที่ใช้
โดยทั่วไปใช้ 0.5–1 ml ต่อข้าง หรือ 1–2 ml ทั้งสองข้าง ราคามักคิดตามปริมาตร (ml) ดังนั้นปริมาณที่ต้องการจึงส่งผลต่อราคาโดยตรง
3. ความเชี่ยวชาญของแพทย์
แพทย์ผิวหนัง (Dermatologist) หรือศัลยแพทย์ตกแต่ง (Plastic Surgeon) ที่มีประสบการณ์สูงมักคิดราคาสูงกว่า แต่ความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนก็ต่ำกว่าตามไปด้วย โดยเฉพาะในบริเวณที่ละเอียดอ่อนอย่างใต้ตา
4. ที่ตั้งคลินิก
คลินิกในย่านใจกลางกรุงเทพฯ เช่น สุขุมวิท สีลม หรือ ราชดำริ มักมีราคาสูงกว่าคลินิกชานเมือง 15–25%
5. แบรนด์ฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย และมีงานวิจัยรองรับ เช่น Juvederm (Allergan) และ Restylane (Galderma) มักมีราคาสูงกว่าแบรนด์ที่ไม่เป็นที่รู้จัก ควรตรวจสอบว่าคลินิกใช้สารฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เสมอ
ความเสี่ยงและการดูแลหลังทำฟิลเลอร์ใต้ตา
ความเสี่ยงที่พบบ่อย
การทำฟิลเลอร์ใต้ตาโดยแพทย์ผิวหนังที่มีความเชี่ยวชาญถือว่ามีความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ตาม ผู้รับบริการควรทราบผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้:
- รอยช้ำและบวม (Bruising & Swelling) — พบได้บ่อยที่สุด มักหายเองภายใน 3–7 วัน ลดได้ด้วยการหลีกเลี่ยงยาเลือดใสก่อนทำ
- ปรากฏการณ์ Tyndall Effect — สารฟิลเลอร์ที่ฉีดตื้นเกินไปอาจทำให้ผิวดูเป็นสีฟ้าหรือเทา แก้ไขได้ด้วยการฉีด Hyaluronidase เพื่อละลายสารออก
- ก้อนหรือตะปุ่มตะป่ำ (Nodules) — อาจเกิดจากการฉีดไม่สม่ำเสมอ หรือสารฟิลเลอร์ที่มีความหนืดไม่เหมาะสม
- ภาวะแทรกซ้อนหลอดเลือด (Vascular Occlusion) — พบได้น้อยมากแต่รุนแรง หากสารฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันหลอดเลือด ต้องรักษาด้วย Hyaluronidase ทันที
- ผลลัพธ์ไม่สมมาตร — อาจต้องการการแก้ไขโดยการเพิ่มหรือละลายสาร
คำแนะนำการดูแลหลังทำ
- งดออกกำลังกายหนัก และหลีกเลี่ยงความร้อนสูง (ห้องซาวน่า อ่างน้ำร้อน) อย่างน้อย 24–48 ชั่วโมง
- ไม่นวดหรือกดบริเวณใต้ตา อย่างน้อย 2 สัปดาห์เพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของสารฟิลเลอร์
- ประคบเย็นเบาๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหากมีอาการบวมหรือช้ำ
- งดเครื่องสำอางบริเวณรอบตา อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- กลับมาพบแพทย์ตามนัด เพื่อประเมินผลลัพธ์และปรับแก้หากจำเป็น
- แจ้งแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดรุนแรง ผิวซีดขาว หรือสูญเสียการมองเห็น
คลินิกทำฟิลเลอร์ใต้ตาในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่
กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพฯ มีคลินิกเสริมความงามที่ให้บริการฟิลเลอร์ใต้ตาจำนวนมาก โดยเฉพาะในย่านต่อไปนี้:
ย่านสุขุมวิท — มีคลินิกเฉพาะทางและ Medical Spa ระดับพรีเมียมจำนวนมาก ตั้งแต่ย่านอโศกไปจนถึงทองหล่อและเอกมัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบริการระดับสูงและมาตรฐานสากล
ย่านสีลม–สาทร — มีโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำและคลินิกแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง ซึ่งมักมีแพทย์ผิวหนังที่ผ่านการอบรมระดับอินเตอร์
ย่านรัชดา–ลาดพร้าว — ตัวเลือกที่หลากหลายในราคาเข้าถึงได้มากกว่า โดยมักมีคลินิกแพทย์ผิวหนังและคลินิกเสริมความงามที่มีชื่อเสียง
ย่านอ่อนนุช–บางนา — คลินิกชานเมืองที่มักมีราคาต่ำกว่าย่านใจกลางเมือง 10–20% พร้อมยังคงมาตรฐานความปลอดภัย
เชียงใหม่
เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคลินิกในเชียงใหม่มักมีราคาต่ำกว่ากรุงเทพฯ ประมาณ 10–20% แต่ยังคงมาตรฐานคุณภาพสูง
ย่านที่มีคลินิกชั้นนำในเชียงใหม่ ได้แก่ นิมมานเหมินท์, คูเมือง, ถนนห้วยแก้ว และบริเวณรอบ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา 2026
ฟิลเลอร์ใต้ตาราคาเท่าไหร่ในปี 2026?
ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ ฿8,000 สำหรับคลินิกเสริมความงามทั่วไป และอาจสูงถึง ฿30,000 ในโรงพยาบาลเอกชน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และความเชี่ยวชาญของแพทย์
ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปสารฟิลเลอร์ใต้ตาชนิดไฮยาลูโรนิกแอซิดอยู่ได้ประมาณ 9–18 เดือน บริเวณใต้ตาอาจสลายช้ากว่าบริเวณอื่น เนื่องจากมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อน้อยกว่า
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเจ็บไหม?
ส่วนใหญ่ผู้รับบริการรู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อยหรือไม่รู้สึกเจ็บเลยหลังทายาชา บางรายอาจรู้สึกตึงหรือไม่สบายเล็กน้อยระหว่างการฉีด
ฟิลเลอร์ใต้ตาปลอดภัยไหม?
ฟิลเลอร์ใต้ตาถือว่าปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ความเสี่ยงหลักคือรอยช้ำ บวม และในกรณีที่หายากคือภาวะแทรกซ้อนหลอดเลือด (Vascular Occlusion) ซึ่งต้องได้รับการรักษาด้วย Hyaluronidase ทันที
ต้องพักหลังทำฟิลเลอร์ใต้ตากี่วัน?
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องหยุดพักงาน แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักและความร้อนสูง 24–48 ชั่วโมง อาการบวมหรือช้ำหากมีมักหายเองภายใน 3–7 วัน
ฟิลเลอร์ใต้ตาแก้ไขได้ไหมถ้าไม่พอใจผลลัพธ์?
ใช่ ฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูโรนิกแอซิดสามารถละลายออกได้ ด้วยการฉีด Hyaluronidase ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ชนิดอื่นที่ไม่สามารถย้อนกลับได้
ควรเลือกคลินิกทำฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างไร?
ควรตรวจสอบว่า: (1) แพทย์มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา (2) มีประสบการณ์เฉพาะด้านฟิลเลอร์บริเวณตา (3) มีพอร์ตโฟลิโอผลงานให้ดู (4) คลินิกใช้สารฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ไทย และ (5) มีการ Consult ก่อนทำจริงเสมอ
บทความที่เกี่ยวข้อง
เปรียบเทียบคลินิกฟิลเลอร์ใกล้คุณ
ค้นหาคลินิกที่เหมาะกับคุณพร้อมรีวิวและราคาจริงจากผู้ใช้จริง
ค้นหาคลินิกฟิลเลอร์ใต้ตา →บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ราคาที่ระบุเป็นข้อมูลโดยประมาณ ณ ปี 2026
วันที่เผยแพร่: กรกฎาคม 2026 | กำหนดทบทวนเนื้อหา: กรกฎาคม 2027