ฉีดคอลลาเจน ราคา 2569 – เทียบทุกชนิด | Clinicintrend

อัปเดต: กรกฎาคม 2569 | ตรวจสอบโดยทีมบรรณาธิการการแพทย์ Clinicintrend

คำเตือนทางการแพทย์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการทุกครั้ง

ฉีดคอลลาเจน ราคา 2569 — เทียบทุกชนิด เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด

Target keyword: ฉีดคอลลาเจน ราคา Word count: ~2,200 words (Thai)

การฉีดคอลลาเจนในปี 2569 มีตั้งแต่ราคา 3,000 บาทสำหรับ Mesotherapy ไปจนถึง 45,000 บาทต่อครั้งสำหรับ Ellansé ความแตกต่างของราคาสะท้อนความยาวนานของผล กลไกการกระตุ้นคอลลาเจน และปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ใช้ บทความนี้เปรียบเทียบทุกชนิดให้ครบ พร้อมแนะนำวิธีเลือกคลินิกที่เหมาะกับสภาพผิวและงบประมาณของคุณ

ฉีดคอลลาเจนคืออะไร มีกี่ประเภท

คอลลาเจนเป็นโปรตีนโครงสร้างหลักของชั้นผิวหนัง คิดเป็นสัดส่วนกว่า 70–80% ของน้ำหนักผิวแห้ง เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายผลิตคอลลาเจนได้ลดลงปีละ 1–2% ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยลึกขึ้น การรักษาแบบฉีดเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนั้นด้วยกลไกสองทาง

กลไกที่ 1 — การเติมคอลลาเจนโดยตรง (Direct Collagen Boosters): ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้นำส่วนประกอบที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นชั้นผิวเข้าสู่ผิวโดยตรง ได้แก่ Juvederm Volite, Teosyal Redensity และ NCTF Mesotherapy

กลไกที่ 2 — ตัวกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen Stimulators): ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่เองจากภายใน สารหลักที่ใช้ในไทย ได้แก่ แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) ในชื่อทางการค้า Radiesse และโพลีแคโพรแลคโทน (PCL) ในชื่อ Ellansé

หมายเหตุ: Profhilo ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ไฮยาลูโรนิกแอซิดความเข้มข้นสูงที่ได้รับความนิยม Clinicintrend ได้จัดทำบทความเฉพาะไว้แล้ว บทความนี้จึงมุ่งเน้นไปที่ตัวกระตุ้นคอลลาเจนและเมโสเธอราพีเป็นหลัก

ราคาฉีดคอลลาเจน 2569 เปรียบเทียบแต่ละชนิด

ราคาทั้งหมดเป็นค่าเฉลี่ยที่อ้างอิงจากข้อมูลตลาด ณ ต้นปี 2569 ต้องยืนยันราคาจริงกับคลินิกโดยตรงก่อนตัดสินใจ

ชนิด สาร (Mechanism) ราคาต่อครั้ง (โดยประมาณ)* ผลคงอยู่นาน จำนวนครั้งที่แนะนำ
Radiesse CaHA — กระตุ้นคอลลาเจน 15,000–30,000 บาท 12–18 เดือน 1–2 ครั้ง/ปี
Ellansé S PCL — กระตุ้นคอลลาเจน 20,000–30,000 บาท ~1 ปี 1 ครั้ง/ปี
Ellansé M PCL 25,000–35,000 บาท ~2 ปี ทุก 2 ปี
Ellansé L PCL 30,000–40,000 บาท ~3 ปี ทุก 3 ปี
Ellansé E PCL 35,000–45,000 บาท ~4 ปี ทุก 4 ปี
Juvederm Volite HA collagen booster 10,000–20,000 บาท 9–12 เดือน 1–2 ครั้ง/ปี
Teosyal Redensity HA + amino acids 10,000–18,000 บาท 6–9 เดือน 2 ครั้ง/ปี
NCTF Mesotherapy Multi-nutrient cocktail 3,000–8,000 บาท 1–3 เดือน 4–6 ครั้ง/ปี

Radiesse — ตัวกระตุ้นคอลลาเจนที่นิยมในไทย

Radiesse เป็นฟิลเลอร์ประเภทพิเศษที่ประกอบด้วยแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) แขวนลอยอยู่ในเจลคาร์บอกซีเมทิลเซลลูโลส สารนี้มีความคล้ายคลึงกับแร่ธาตุที่พบตามธรรมชาติในกระดูกและฟัน

กลไกการทำงาน

เมื่อฉีดเข้าชั้นผิว Radiesse ทำงานสองขั้นตอน ขั้นแรกเจลพาหะเป็นฟิลเลอร์เติมปริมาตรทันที จากนั้นไมโครสเฟียร์ CaHA จะกระตุ้น fibroblast ให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ผลลัพธ์จะปรากฏชัดในเดือนที่ 2–3 และคงอยู่นานถึง 12–18 เดือน

บริเวณที่เหมาะกับการใช้ Radiesse

  • ขมับ (Temples) — เติมเต็มขมับที่บุ๋มตามวัย
  • แก้มและโหนกแก้ม — ยกกระชับโครงสร้างใบหน้า
  • ร่องแก้ม (Nasolabial folds) ที่ลึกเป็นพิเศษ
  • มือ — หนึ่งในไม่กี่ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองให้ใช้ฉีดหลังมือได้

ราคา Radiesse: ประมาณ 15,000–30,000 บาทต่อครั้ง*

Ellansé — ผลยาวนานถึง 4 ปี

Ellansé เป็นฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนที่ใช้โพลีแคโพรแลคโทน (PCL) จุดเด่นคือมีให้เลือกถึง 4 สูตรตามระยะเวลาที่ต้องการ

  • Ellansé-S: ~1 ปี ราคาเริ่มต้น 20,000–30,000 บาท
  • Ellansé-M: ~2 ปี ราคาประมาณ 25,000–35,000 บาท (ยอดนิยมในไทย)
  • Ellansé-L: ~3 ปี ราคาประมาณ 30,000–40,000 บาท
  • Ellansé-E: ~4 ปี ราคาประมาณ 35,000–45,000 บาท

ข้อควรรู้: Ellansé ไม่สามารถละลายด้วย hyaluronidase ได้ การแก้ไขจึงยากกว่า แพทย์ผู้ฉีดต้องมีประสบการณ์สูง

เมโสเธอราพีคอลลาเจน (NCTF Mesotherapy)

NCTF ย่อมาจาก New Cellular Treatment Factor เป็นสูตรค็อกเทลที่ประกอบด้วยไฮยาลูโรนิกแอซิด วิตามิน กรดอะมิโน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระรวมกันมากกว่า 50–60 ชนิด

เปรียบเทียบ NCTF กับ HA Boosters อื่น:

NCTF Mesotherapy Juvederm Volite Teosyal Redensity
ราคาต่อครั้ง* 3,000–8,000 บาท 10,000–20,000 บาท 10,000–18,000 บาท
ผลคงอยู่ 1–3 เดือน 9–12 เดือน 6–9 เดือน
เวลาพักฟื้น 1–3 วัน 1–2 วัน 1–2 วัน

เหมาะสำหรับ: ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น ริ้วรอยตื้น ผู้ที่ต้องการผลแบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยงบประมาณที่จัดการได้

ฉีดคอลลาเจนเหมาะกับใคร ผลข้างเคียงที่ควรรู้

เหมาะสำหรับ: - อายุ 30 ปีขึ้นไปที่เริ่มสังเกตเห็นผิวหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยลึก - ผู้ที่สูญเสียปริมาตรใบหน้าตามวัย โดยเฉพาะบริเวณแก้มและขมับ - ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบธรรมชาติ

ไม่เหมาะสำหรับ: - หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร - ผู้มีภาวะแพ้ภูมิตนเอง (Autoimmune disease) บางชนิด - ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่ต้องการฉีด

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย: - รอยแดงและบวม (หายภายใน 24–48 ชั่วโมง) - รอยช้ำ อาจคงอยู่ 1–2 สัปดาห์ - ความไม่สม่ำเสมอของผิว (Nodules) — แก้ไขได้ในนัดติดตามผล

วิธีเลือกคลินิกฉีดคอลลาเจนที่ดี

1. คุณสมบัติของแพทย์

แพทย์ที่ฉีด Radiesse หรือ Ellansé ควรเป็นแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์เวชศาสตร์ความงามที่ผ่านการฝึกอบรมด้าน facial anatomy อย่างละเอียด และมีการอบรมเฉพาะทางจากผู้ผลิตหรือสถาบันที่ได้รับการรับรอง

2. ผลิตภัณฑ์และความโปร่งใส

คลินิกที่ดีจะแสดง Lot number หรือ batch certificate ของผลิตภัณฑ์ให้ผู้รับบริการตรวจสอบได้ก่อนการฉีดทุกครั้ง

3. การให้คำปรึกษาก่อนทำ

คลินิกคุณภาพจะใช้เวลาให้คำปรึกษาอย่างน้อย 15–30 นาที ไม่บังคับหรือกดดันให้ตัดสินใจทันที

สำหรับแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: - คลินิกฉีดฟิลเลอร์กรุงเทพ - คลินิกผิวหนังเชียงใหม่ - คลินิกต่อต้านวัยภูเก็ต

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ฉีดคอลลาเจนกับฉีดฟิลเลอร์ต่างกันอย่างไร? ฟิลเลอร์ทั่วไปใช้ HA เพิ่มปริมาตรทันทีและมักละลายได้ด้วย hyaluronidase ส่วน collagen stimulator เช่น Radiesse และ Ellansé กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ผลจึงค่อยๆ ปรากฏแต่คงทนกว่ามาก

Radiesse กับ Ellansé อันไหนดีกว่ากัน? ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและไลฟ์สไตล์ หากต้องการทดสอบผลก่อน Radiesse หรือ Ellansé-S อาจเหมาะกว่า หากต้องการลดความถี่ในการมาคลินิก Ellansé-L หรือ E อาจเหมาะกว่า

NCTF Mesotherapy ต้องทำบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล? แนะนำให้ทำ 3–4 ครั้งในช่วง 2–4 สัปดาห์แรกเพื่อสะสมผลลัพธ์ จากนั้นบำรุงต่อเนื่องทุก 1–3 เดือน

หลังฉีดคอลลาเจนต้องดูแลตัวเองอย่างไร? ใน 24–48 ชั่วโมงแรก หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และการนวดบริเวณที่ฉีด งดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง และทาครีมกันแดดทุกวัน

Content Notes

  • [NEEDS VERIFICATION] ราคาทั้งหมดเป็นค่าประมาณการ ต้องยืนยันจากคลินิกพาร์ทเนอร์หรือแหล่งข้อมูลตลาดจริงก่อนเผยแพร่
  • [NEEDS EXPERT REVIEW] คำอธิบายกลไก collagen stimulation ของ Radiesse, Ellansé และ HA boosters ควรผ่านการตรวจสอบโดยแพทย์ผิวหนัง
  • [NOTE] บทความนี้กล่าวถึง Profhilo เป็นจุดอ้างอิงเปรียบเทียบเท่านั้น ตรวจสอบ internal link ระหว่างสองบทความให้ชัดเจน
  • Freshness review date: กรกฎาคม 2570 (July 2027)

เปรียบเทียบคลินิกใกล้คุณ

ค้นหาคลินิกที่เหมาะกับคุณพร้อมรีวิวและราคาจริงจากผู้ใช้จริง

ค้นหาคลินิก →

บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ราคาที่ระบุเป็นข้อมูลโดยประมาณ ณ ปี 2569

วันที่เผยแพร่: กรกฎาคม 2569 (2026) | กำหนดทบทวนเนื้อหา: กรกฎาคม 2570 (2027)