คำเตือนทางการแพทย์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการทุกครั้ง
รักษารอยแผลเป็น ราคา 2569 — เทียบทุกวิธีก่อนตัดสินใจ
Target keyword: รักษารอยแผลเป็น ราคา Word count: ~2,100 words (Thai)
การรักษารอยแผลเป็น ราคาในประเทศไทยปี 2569 มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของแผลเป็นและเทคโนโลยีที่ใช้ โดยทั่วไปเลเซอร์ CO2 Fractional อยู่ที่ 3,000–15,000 บาทต่อครั้ง Microneedling RF อยู่ที่ 5,000–15,000 บาทต่อครั้ง และการฉีดสเตียรอยด์สำหรับคีลอยด์อยู่ที่ 500–2,000 บาทต่อครั้ง ทั้งนี้ราคาจริงขึ้นอยู่กับพื้นที่รักษาและจำนวนครั้งที่แพทย์แนะนำ
รอยแผลเป็นมีกี่ประเภท
1. รอยแผลเป็นแบบบุ๋ม (Atrophic Scar)
เป็นรอยแผลเป็นที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีประวัติเป็นสิวอักเสบหรือโรคอีสุกอีใส ลักษณะเด่นคือผิวหนังยุบต่ำกว่าระดับปกติ แบ่งย่อยได้เป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ Ice Pick (รอยลึกแคบ) Boxcar (รอยขอบชัดเป็นสี่เหลี่ยม) และ Rolling (รอยคลื่นขอบลาดเอียง)
2. รอยแผลเป็นนูนแบบ Hypertrophic
รอยแผลเป็นชนิดนี้นูนขึ้นเหนือระดับผิวหนังแต่ยังอยู่ภายในขอบเขตของแผลเดิม มักเกิดจากกระบวนการสมานแผลที่มากเกินไป
3. คีลอยด์ (Keloid)
คีลอยด์แตกต่างจาก Hypertrophic ตรงที่เนื้อเยื่อที่งอกขึ้นมาจะลามเกินขอบเขตของแผลเดิม มักมีอาการคันและเจ็บปวด
4. รอยแผลเป็นจากการผ่าตัด (Post-Surgical Scar)
รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดมักเป็นแนวตรงและเรียบ แต่สีหรือเนื้อสัมผัสอาจแตกต่างจากผิวข้างเคียง
ราคารักษารอยแผลเป็น 2569 แยกตามวิธีการ
| วิธีการรักษา | ชนิดแผลที่เหมาะ | ราคาต่อครั้ง (บาท)* | จำนวนครั้งที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| CO2 Fractional Laser | Atrophic, Post-surgical | 3,000–15,000 | 3–6 ครั้ง |
| Erbium Fractional Laser | Atrophic (ตื้น-กลาง) | 3,000–12,000 | 3–6 ครั้ง |
| Microneedling RF | Atrophic, Hypertrophic | 5,000–15,000 | 3–5 ครั้ง |
| Microneedling (ไม่มี RF) | Atrophic ตื้น | 2,000–6,000 | 4–6 ครั้ง |
| ฉีดสเตียรอยด์ (Triamcinolone) | Hypertrophic, Keloid | 500–2,000 | 5–10 ครั้ง |
| Vascular Laser (Pulsed Dye) | Hypertrophic สีแดง, Keloid | 3,000–10,000 | 3–5 ครั้ง |
| Laser Resurfacing (Full ablative) | Post-surgical, Atrophic ลึก | 5,000–20,000 | 1–3 ครั้ง |
| ซิลิโคนเจล / แผ่นซิลิโคน | Post-surgical, Hypertrophic | 300–1,500/กล่อง | ต่อเนื่อง 3–6 เดือน |
| Subcision | Rolling Scar | 3,000–8,000 | 2–4 ครั้ง |
| TCA Cross | Ice Pick Scar | 1,500–5,000 | 2–4 ครั้ง |
*ราคาทั้งหมดเป็นค่าประมาณ ณ ปี 2569 ต้องการการยืนยันจากผู้ให้บริการโดยตรง
รักษารอยแผลเป็นด้วยเลเซอร์ — ราคาและผลลัพธ์
CO2 Fractional Laser
เลเซอร์ CO2 แบบ Fractional ทำงานโดยส่งลำแสงพลังงานสูงลงไปในผิวหนังเป็นจุดเล็กๆ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในบริเวณที่ได้รับการรักษา ผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ชัดเจนโดยทั่วไปจะปรากฏหลังจากผ่านช่วงพักฟื้น 5–7 วัน
ข้อดี: ผลลัพธ์ชัดเจน รักษาได้ทั้งรอยแผลเป็นลึกและตื้น ลดรูขุมขนได้พร้อมกัน
ข้อควรระวัง: มีช่วงพักฟื้น ผิวคล้ำชั่วคราว (Post-Inflammatory Hyperpigmentation) พบได้บ่อยในผิวสีเข้ม
ราคา: ประมาณ 3,000–15,000 บาทต่อครั้ง*
Vascular Laser และ Pulsed Dye Laser (PDL)
เลเซอร์กลุ่มนี้มุ่งเป้าที่หลอดเลือดฝอยในเนื้อเยื่อ Hypertrophic และคีลอยด์ ช่วยลดสีแดง บรรเทาอาการคัน และลดความนูนของแผล มักใช้ร่วมกับการฉีดสเตียรอยด์ ราคาอยู่ที่ 3,000–10,000 บาทต่อครั้ง*
สามารถดูรายชื่อคลินิกที่มีบริการเลเซอร์ครบวงจรได้ที่ คลินิกผิวหนังกรุงเทพ
รักษารอยแผลเป็นด้วย Microneedling และ RF
Microneedling RF
Microneedling RF เป็นเทคโนโลยีที่นำเข็มขนาดเล็กจิ๋วส่งพลังงานคลื่นวิทยุลงสู่ชั้นผิวหนังลึก กระบวนการนี้สร้างบาดแผลขนาดจิ๋วที่ควบคุมได้ซึ่งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอย่างเข้มข้น มีความเสี่ยงเรื่อง Post-Inflammatory Hyperpigmentation ต่ำกว่าเลเซอร์แบบดั้งเดิม
ราคา Microneedling RF: ประมาณ 5,000–15,000 บาทต่อครั้ง*
Subcision
สำหรับรอยแผลเป็นแบบ Rolling Scar การ Subcision ด้วยเข็มหรือ Cannula เพื่อตัดพังผืดที่ดึงรั้งผิวลงมา ราคาอยู่ที่ 3,000–8,000 บาทต่อครั้ง*
ฉีดสเตียรอยด์และรักษาคีลอยด์
การฉีดสเตียรอยด์ (Intralesional Corticosteroid)
การฉีดสเตียรอยด์โดยตรงเข้าไปในเนื้อเยื่อแผลเป็น โดยทั่วไปใช้ Triamcinolone Acetonide เป็นวิธีมาตรฐานสำหรับรักษา Hypertrophic Scar และคีลอยด์
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: แผลนุ่มลง แบนลง และสีจางลงหลังจากผ่านไปหลายสัปดาห์ ต้องทำซ้ำ 5–10 ครั้งห่างกัน 4–6 สัปดาห์
ราคา: ประมาณ 500–2,000 บาทต่อครั้ง*
ข้อควรระวังสำคัญ: การฉีดสเตียรอยด์มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ผิวบางลง หลอดเลือดฝอยปรากฏ และการฝ่อของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง โปรโตคอลการรักษาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
วิธีเลือกคลินิกรักษารอยแผลเป็น
1. ตรวจสอบคุณวุฒิและใบอนุญาตของแพทย์
ผู้ให้การรักษาด้วยเลเซอร์และการฉีดสเตียรอยด์ควรเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และควรมีการอบรมเฉพาะทางด้านผิวหนัง
2. ถามเรื่องอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ใช้
คลินิกที่น่าเชื่อถือควรสามารถระบุยี่ห้อและรุ่นของเครื่องเลเซอร์หรือ RF ที่ใช้ได้ชัดเจน
3. ขอดูภาพก่อนและหลัง (Before & After)
ขอดูภาพผลการรักษาจริงจากผู้ป่วยที่มีชนิดแผลและสภาพผิวใกล้เคียงกับคุณ
4. ความโปร่งใสเรื่องราคาและแผนการรักษา
คลินิกควรแจ้งราคาต่อครั้ง จำนวนครั้งที่คาดว่าต้องรักษา และค่าใช้จ่ายรวมโดยประมาณ
สามารถค้นหาคลินิกเพิ่มเติมได้ที่: - คลินิกรักษาสิวกรุงเทพ - คลินิกรักษาสิวเชียงใหม่ - คลินิกผิวหนังกรุงเทพ
คำถามที่พบบ่อย
รักษารอยแผลเป็นต้องทำกี่ครั้งจึงเห็นผล? โดยทั่วไปรอยแผลเป็นบุ๋มจากสิวต้องการ 3–6 ครั้งสำหรับเลเซอร์หรือ Microneedling RF ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมักเห็นได้ดีหลังผ่านไป 3–6 เดือนนับจากครั้งสุดท้าย
รักษารอยแผลเป็นแบบไหนที่เจ็บน้อยที่สุด? Microneedling แบบไม่มี RF มักได้รับการยอมรับได้ดีที่สุดในกลุ่มรักษาแผลบุ๋ม เลเซอร์ CO2 แบบ Full Ablative มีความเจ็บปวดมากที่สุดและมักต้องการยาชา
คีลอยด์รักษาหายขาดได้ไหม? คีลอยด์รักษาได้แต่ยากที่จะรักษาให้หายขาดถาวรในบางกรณี โอกาสกลับมาเป็นซ้ำขึ้นอยู่กับพันธุกรรม ตำแหน่งของแผล และวิธีรักษาที่เลือกใช้
ซิลิโคนเจลใช้กับรอยแผลเป็นทุกชนิดได้ไหม? ซิลิโคนเจลและแผ่นซิลิโคนมีหลักฐานสนับสนุนมากที่สุดสำหรับ Hypertrophic Scar และคีลอยด์ในระยะต้น สำหรับรอยแผลเป็นบุ๋มแบบ Atrophic ซิลิโคนเจลมีบทบาทน้อยกว่า
Content Notes
- [NEEDS EXPERT REVIEW] โปรโตคอลการฉีดสเตียรอยด์ (ความเข้มข้น ปริมาณ ระยะห่างระหว่างครั้ง) ต้องผ่านการตรวจสอบโดยแพทย์ผิวหนังก่อนเผยแพร่
- [NEEDS VERIFICATION] ช่วงราคาทั้งหมดต้องการการยืนยันจากคลินิกจริงก่อนเผยแพร่
- [NEEDS EXPERT REVIEW] อัตราการกลับมาเป็นซ้ำของคีลอยด์และ Hypertrophic Scar ต้องการการอ้างอิงจากงานวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญ
- Freshness review date: กรกฎาคม 2570 (July 2027)
บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ราคาที่ระบุเป็นข้อมูลโดยประมาณ ณ ปี 2569
วันที่เผยแพร่: กรกฎาคม 2569 (2026) | กำหนดทบทวนเนื้อหา: กรกฎาคม 2570 (2027)