เลเซอร์ CO2 ราคา 2026 — คู่มือครบจบ ราคา ขั้นตอน และการดูแลผิวหลังทำ

เลเซอร์ CO2 ราคา 2026 อยู่ที่ประมาณ 3,000–15,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและระดับคลินิก บทความนี้รวบรวมข้อมูลราคา ประเภทเทคโนโลยี ขั้นตอนการทำ การดูแลก่อนและหลังทำ รวมถึง FAQ ครบถ้วน

เผยแพร่: มิถุนายน 2569 • ตรวจสอบทุก 6 เดือน

เลเซอร์ CO2 คืออะไร

เลเซอร์ CO2 (Carbon Dioxide Laser) คือเลเซอร์ที่ใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นตัวกลาง ปล่อยคลื่นแสงที่ความยาวคลื่น 10,600 นาโนเมตร ซึ่งน้ำในเนื้อเยื่อผิวหนังดูดซับได้ดีมาก ทำให้สามารถกำจัดชั้นผิวเก่าและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้อย่างแม่นยำ

เลเซอร์ CO2 ถือเป็น Gold Standard ในการฟื้นฟูผิวหนัง (Skin Resurfacing) มาหลายทศวรรษ เหมาะสำหรับการรักษาปัญหาผิวระดับลึก เช่น รอยแผลเป็นจากสิว รูขุมขนกว้าง ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และรอยด่างดำ ด้วยผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก

CO2 Fractional vs CO2 Ablative แตกต่างกันอย่างไร

  • CO2 Ablative (Fully Ablative): กำจัดชั้นผิวทั้งหมดในบริเวณที่รักษา ผลลัพธ์รุนแรงและเห็นชัดที่สุด แต่มี Downtime 7–14 วัน
  • CO2 Fractional: ยิงเลเซอร์เป็นจุดเล็กๆ (Micro-columns) ทิ้งช่องว่างระหว่างจุด เพื่อให้ผิวโดยรอบช่วยฟื้นฟู Downtime น้อยกว่า (3–7 วัน) และมีความปลอดภัยสูงกว่า เป็นที่นิยมมากกว่าในปัจจุบัน

ราคาเลเซอร์ CO2 ปี 2026 — เปรียบเทียบตามบริเวณและระดับคลินิก

ราคาเลเซอร์ CO2 ในปี 2026 แตกต่างกันตามบริเวณที่รักษา เทคนิคที่เลือก และระดับคลินิก

บริเวณที่รักษาคลินิกทั่วไปคลินิกระดับกลางคลินิกพรีเมียม / รพ.
ใบหน้าทั้งหน้า3,000–5,000 บาท5,000–8,000 บาท8,000–15,000 บาท
ใต้ตา (Eye Zone)2,000–3,500 บาท3,500–5,500 บาท5,500–9,000 บาท
คอ2,500–4,000 บาท4,000–6,000 บาท6,000–10,000 บาท
มือ1,500–2,500 บาท2,500–4,000 บาท4,000–7,000 บาท
รอยแผลเป็นจุด1,000–2,000 บาท2,000–3,500 บาท3,500–6,000 บาท

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นราคาโดยประมาณต่อครั้ง ราคาจริงอาจแตกต่างกันตามคลินิก โปรโมชั่น และความเข้มข้นของพลังงานที่ใช้ ควรสอบถามราคาจากคลินิกโดยตรงก่อนตัดสินใจ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาเลเซอร์ CO2

  • เทคนิคที่เลือก: Fractional ราคาต่ำกว่า Fully Ablative แต่อาจต้องทำหลายครั้งกว่า
  • พลังงานและความลึก (Energy Setting & Depth): การตั้งค่าพลังงานสูงและความลึกมากขึ้น ผลลัพธ์ดีกว่า แต่ Downtime และราคาสูงกว่า
  • ประสบการณ์ของแพทย์: แพทย์ผิวหนังเฉพาะทางหรือแพทย์ที่มีความชำนาญพิเศษมีค่าบริการสูงกว่า
  • เทคโนโลยีเครื่อง: เครื่อง CO2 รุ่นใหม่ที่มีระบบ Fractional Matrix และ Smartscan ให้ผลแม่นยำและปลอดภัยกว่า แต่ราคาสูงกว่า
  • ที่ตั้งคลินิก: คลินิกในย่านศูนย์กลางธุรกิจมีค่าบริการสูงกว่าต่างจังหวัดทั่วไป

เลเซอร์ CO2 รักษาปัญหาผิวอะไรได้บ้าง

ปัญหาที่รักษาได้ผลดีมาก

  • รอยแผลเป็นจากสิว (Acne Scars): ทั้ง Ice Pick, Rolling, Boxcar Scars — Fractional CO2 ถือเป็นมาตรฐานทองในการรักษา
  • รูขุมขนกว้าง (Enlarged Pores): ลดรูขุมขนและปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น
  • ริ้วรอยละเอียดและลึก (Fine & Deep Wrinkles): โดยเฉพาะรอบดวงตาและริมฝีปาก
  • ผิวหย่อนคล้อย (Skin Laxity): กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำให้ผิวกระชับขึ้น

ปัญหาที่รักษาได้ดี

  • รอยด่างดำและผิวไม่สม่ำเสมอ: ช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอขึ้น
  • จุดด่างจากแสงแดด (Sun Damage & Age Spots)
  • ผิวหนังหนาหยาบ (Rough Texture): ปรับเนื้อผิวให้เรียบเนียน

ขั้นตอนการทำเลเซอร์ CO2

การเตรียมตัวก่อนทำ

  1. ปรึกษาแพทย์: ประเมินสภาพผิว วินิจฉัยปัญหาที่ต้องการรักษา และเลือกพารามิเตอร์เลเซอร์ที่เหมาะสม
  2. หยุดยาและผลิตภัณฑ์บางชนิด: งดใช้ Retinol/Tretinoin อย่างน้อย 1 สัปดาห์, งด AHA/BHA 3–5 วัน, แจ้งยาที่รับประทานประจำทั้งหมด
  3. เตรียมผิว: บางคลินิกอาจให้ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกัน Herpes Reactivation, หลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำ
  4. ทาครีมชา: ทาครีมชา (Topical Anesthetic) บนผิวก่อนทำประมาณ 30–60 นาที

ระหว่างทำ

  1. ทำความสะอาดผิวและลบครีมชาออก
  2. แพทย์ปรับตั้งค่าพลังงาน ความลึก และ Pattern การยิงเลเซอร์ตามบริเวณที่รักษา
  3. ยิงเลเซอร์เป็นระบบ ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการรักษา
  4. ใช้เวลาประมาณ 30–90 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา
  5. หลังทำเสร็จทาสารให้ความชุ่มชื้นและปกป้องผิว

การดูแลก่อนทำเลเซอร์ CO2

สิ่งที่ควรทำก่อนทำ

  • ใช้ครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวัน อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยง PIH
  • แจ้งประวัติการรักษาและยาทั้งหมด รวมถึงประวัติ Herpes Labialis (เริมริมฝีปาก)
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนทำ
  • งด Retinol/Tretinoin อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งด Accutane (Isotretinoin) อย่างน้อย 6 เดือนก่อนทำ Ablative Laser

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก่อนทำ

  • หลีกเลี่ยงการฉีดไฟลเลอร์หรือโบท็อกซ์บริเวณที่จะทำเลเซอร์ภายใน 2–4 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ 24–48 ชั่วโมงก่อนทำ

การดูแลหลังทำเลเซอร์ CO2

การดูแลหลังทำเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์และการฟื้นตัว

วันที่ 1–3 (ระยะเฉียบพลัน)

  • ผิวจะแดง บวม และอาจรู้สึกร้อน — เป็นเรื่องปกติ ใช้ผ้าเย็นประคบเบาๆ เพื่อลดความรู้สึกไม่สบาย
  • ทาครีมหรือขี้ผึ้งที่แพทย์แนะนำ เพื่อป้องกันผิวแห้ง เช่น Vaseline หรือ Aquaphor
  • ห้ามจับหรือแกะผิว ที่กำลังฟื้นตัว
  • ล้างหน้าเบาๆ ด้วยน้ำสะอาดหรือ Saline Solution ตามคำแนะนำแพทย์

วันที่ 4–7 (ระยะผิวลอก)

  • ผิวจะเริ่มลอก — ปล่อยให้ลอกเองตามธรรมชาติ ห้ามดึงหรือแกะเด็ดขาด
  • รักษาความชุ่มชื้นผิวตลอดเวลา
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดทุกประเภท

สัปดาห์ที่ 2 เป็นต้นไป (ระยะฟื้นตัว)

  • เริ่มทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวันเมื่อผิวพร้อม
  • ค่อยๆ กลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ปกติ ตามคำแนะนำแพทย์
  • งด Retinol, AHA, BHA อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังทำ

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงอย่างเด็ดขาด อย่างน้อย 4–6 สัปดาห์ หากออกแดดต้องใช้ทั้งครีมกันแดด SPF 50+ และร่ม/หมวก
  • งดออกกำลังกายที่มีเหงื่อออกมาก อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดใช้เครื่องสำอางบนผิวที่กำลังฟื้นตัว จนกว่าแพทย์จะอนุญาต
  • งดสระว่ายน้ำ ทะเล และซาวน่า อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์

ผลข้างเคียงและความเสี่ยงที่ควรทราบ

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป (ชั่วคราว)

  • ผิวแดงและบวม 3–7 วัน (หรือนานกว่าสำหรับ Fully Ablative)
  • ผิวลอก 5–10 วัน
  • ผิวคันและตึง
  • สีผิวเข้มขึ้นชั่วคราวก่อนจางลง

ผลข้างเคียงที่ต้องระวัง

  • Post-Inflammatory Hyperpigmentation (PIH): พบบ่อยในผิวคนเอเชีย ป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดดสม่ำเสมอ
  • การติดเชื้อ Herpes: ผู้ที่เคยเป็นเริมควรรับประทานยาต้านไวรัสป้องกันก่อนและหลังทำ
  • รอยแผลเป็น (Scarring): พบน้อยมาก มักเกิดจากการดูแลผิวไม่ถูกต้องหลังทำหรือพลังงานเลเซอร์ที่ไม่เหมาะสม
  • ผิวสว่างผิดปกติ (Hypopigmentation): พบน้อย มักเกิดหลังทำ Fully Ablative ซ้ำหลายครั้ง

คำแนะนำ: แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่กำลังรับประทาน และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้ให้แพทย์ทราบก่อนทำเลเซอร์ทุกครั้ง


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับเลเซอร์ CO2 ราคา 2026

เลเซอร์ CO2 ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?

สำหรับ CO2 Fractional ส่วนใหญ่เห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก แต่ผลลัพธ์ดีที่สุดมักเห็นหลังทำ 3–5 ครั้ง โดยเว้นห่างกัน 4–6 สัปดาห์ต่อครั้ง Fully Ablative CO2 อาจเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งเดียวสำหรับการรักษาเชิงลึก แต่ต้องการ Downtime มากกว่า

เลเซอร์ CO2 เจ็บไหม?

ระหว่างทำจะรู้สึกร้อนและแสบเล็กน้อย คลินิกส่วนใหญ่ทาครีมชาก่อนทำและมีระบบ Cooling เป่าแก๊สเย็นควบคู่กัน หลังทำจะมีความรู้สึกคล้ายผิวไหม้แดด (Sunburn) ประมาณ 1–3 ชั่วโมง ซึ่งทุเลาลงเมื่อทาสารบำรุง

หยุดงานกี่วันหลังทำเลเซอร์ CO2?

  • CO2 Fractional ความเข้มข้นปานกลาง: 3–5 วัน (ผิวแดงและลอก)
  • CO2 Fractional ความเข้มข้นสูง: 5–7 วัน
  • CO2 Fully Ablative: 7–14 วัน ขึ้นอยู่กับพลังงานที่ใช้

เลเซอร์ CO2 vs เลเซอร์ฝ้า (Q-Switch) ต่างกันอย่างไร?

เลเซอร์ CO2 ออกแบบมาสำหรับ Skin Resurfacing ที่ต้องการกำจัดชั้นผิวและกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับรอยแผลเป็นและริ้วรอย ขณะที่ Q-Switch Nd:YAG ทำงานบนเม็ดสีโดยตรง เหมาะกับฝ้าและจุดด่างดำมากกว่า ทั้งสองอาจใช้ร่วมกันในบางกรณี

ใครไม่เหมาะกับเลเซอร์ CO2?

กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนทุกกรณี ได้แก่:

  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่รับประทาน Isotretinoin (Accutane) ภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา
  • ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผิวคล้ำมาก (Fitzpatrick Type V–VI) เนื่องจากความเสี่ยง PIH สูง
  • ผู้ที่เพิ่งได้รับแสงแดดจัดหรือผิวไหม้แดด

เลเซอร์ CO2 กับ RF Microneedling ต่างกันอย่างไร?

เลเซอร์ CO2 ใช้แสงเลเซอร์ที่ดูดซับโดยน้ำในเนื้อเยื่อ ให้ผลลัพธ์แรงกว่าและเห็นได้ชัดกว่าสำหรับรอยแผลเป็น RF Microneedling ใช้คลื่นวิทยุร่วมกับเข็มเจาะผิว Downtime น้อยกว่า เหมาะกับผิวที่ต้องการบำรุงและกระชับโดยไม่ต้องการพักฟื้นนาน


บริการที่เกี่ยวข้อง