ไฮฟู่ ราคา 2026: คู่มือครบฉบับยกกระชับหน้าด้วย HIFU

อัปเดต: มิถุนายน 2026 | ตรวจสอบโดยทีมบรรณาธิการ Clinicintrend

ราคาไฮฟู่ในประเทศไทยปี 2026 เริ่มต้นที่ประมาณ 5,000–10,000 บาทสำหรับการรักษาเฉพาะจุด และอาจสูงถึง 35,000–55,000 บาทสำหรับโปรแกรมครบชุดด้วยเครื่อง Ultherapy ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนช็อต เทคโนโลยีที่ใช้ ตำแหน่งที่รักษา และความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ดูแล การเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผ่านการอบรมและเครื่องได้มาตรฐานเป็นปัจจัยสำคัญกว่าราคา


ไฮฟู่คืออะไร? หลักการทำงานของ HIFU และชั้น SMAS

HIFU ย่อมาจาก High-Intensity Focused Ultrasound หรือคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบโฟกัส เทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาจากวงการรักษาโรคมะเร็งก่อนนำมาประยุกต์ใช้ในด้านความงาม โดยหลักการทำงานคือการส่งพลังงานคลื่นอัลตราซาวด์ลงไปยังชั้นผิวในระดับลึก 1.5, 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร โดยไม่ทำลายชั้นผิวด้านบน

สิ่งที่ทำให้ไฮฟู่แตกต่างจากเลเซอร์หรือ RF (Radiofrequency) คือความสามารถโฟกัสพลังงานลงถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ตึงในการผ่าตัดยกหน้า เมื่อพลังงานโฟกัสในชั้นนี้ จะเกิดความร้อนประมาณ 65–70 องศาเซลเซียส กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ

ระยะเวลาที่เห็นผล

  • ผลเบื้องต้น: 2–4 สัปดาห์หลังการรักษา
  • ผลลัพธ์เต็มที่: 3–6 เดือน เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนต้องใช้เวลา
  • ความคงทนของผล: 1–2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเอง
  • ความถี่ในการรักษาซ้ำ: ทุก 12–18 เดือนเพื่อรักษาผลลัพธ์

ไฮฟู่ ราคา 2026 — ตารางเปรียบเทียบราคาแยกตามประเภท

ราคาไฮฟู่ในประเทศไทยมีความหลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ดังนี้

ราคาแยกตามโปรแกรมและจำนวนช็อต

โปรแกรมการรักษาจำนวนช็อตราคา (บาท)
ไฮฟู่ใต้คาง / เก้าอี้บิน (Double Chin)300–500 ช็อต5,000–12,000
ไฮฟู่หน้าทั้งใบ (Full Face)600–800 ช็อต12,000–25,000
ไฮฟู่หน้า + คอ1,000–1,500 ช็อต20,000–40,000
ไฮฟู่ครบชุดพรีเมียม (หน้า + คอ + หน้าผาก)1,500+ ช็อต35,000–55,000

ราคาแยกตามเทคโนโลยีเครื่อง

Ultherapy (อัลเธอราพี)

เป็นแบรนด์ไฮฟู่ที่ได้รับการรับรองจาก U.S. FDA สำหรับการยกกระชับผิวหน้าและคอ มีระบบ Deepseeing® ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวที่กำลังรักษาแบบ real-time ราคาในประเทศไทยอยู่ที่ 25,000–55,000 บาท ต่อโปรแกรมหน้าเต็มใบ

Doublo / Ultraformer III / SMAS HIFU ทั่วไป

เครื่องรุ่นนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในคลินิกทั่วไทย มีประสิทธิภาพดีและราคาเข้าถึงได้มากกว่า อยู่ที่ 8,000–25,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและคลินิก

7D HIFU / Micro-Focused Ultrasound (MFU)

เทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่มีจุดโฟกัสเล็กกว่าเดิม ทำให้ความเจ็บปวดน้อยลงและผลลัพธ์แม่นยำขึ้น ราคาอยู่ที่ 15,000–35,000 บาท

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาไฮฟู่

  • แบรนด์และรุ่นของเครื่องที่ใช้
  • ที่ตั้งของคลินิก (กรุงเทพฯ มักมีราคาสูงกว่าต่างจังหวัด)
  • ประสบการณ์และวุฒิการศึกษาของแพทย์
  • จำนวนช็อตและตำแหน่งที่รักษา
  • บริการเสริมหลังการรักษา เช่น มาสก์ฟื้นฟู เซรั่มบำรุง

เปรียบเทียบไฮฟู่ โบท็อกซ์ และฟิลเลอร์ — เลือกวิธีไหนดีกว่า?

หลายคนสับสนระหว่างไฮฟู่ โบท็อกซ์ และ ฟิลเลอร์ ซึ่งแต่ละวิธีมีกลไกและจุดประสงค์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ไฮฟู่ vs โบท็อกซ์

โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin) ทำงานโดยการฉีดสารยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว เหมาะสำหรับลดรอยย่นที่เกิดจากการเคลื่อนไหว เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยกา หรือรอยย่นมุมปาก ผลอยู่ได้ 3–6 เดือน

ไฮฟู่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระดับลึก เหมาะสำหรับผิวหย่อนคล้อยและการยกกระชับโครงหน้า ผลอยู่ได้ 1–2 ปี ทั้งสองวิธีสามารถใช้ร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุมกว่า

เกณฑ์ไฮฟู่โบท็อกซ์
กลไกกระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับยับยั้งการหดตัวกล้ามเนื้อ
เหมาะกับผิวหย่อนคล้อย โครงหน้ารอยย่นจากการเคลื่อนไหว
ผลลัพธ์คงอยู่1–2 ปี3–6 เดือน
ราคาเฉลี่ย15,000–35,000 บาท3,000–12,000 บาท
Downtimeน้อยมาก (แดงบวมชั่วคราว)ไม่มี

ไฮฟู่ vs ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ คือการฉีดสาร Hyaluronic Acid (HA) หรือวัสดุอื่นๆ เพื่อเติมเต็มบริเวณที่ยุบหรือต้องการปริมาณ เช่น โหนกแก้ม ร่องแก้ม หรือริมฝีปาก ฟิลเลอร์ไม่ได้ยกกระชับผิว แต่เพิ่มโครงสร้างให้ใบหน้า ผลอยู่ได้ 6–18 เดือน

ในทางปฏิบัติ แพทย์ด้านความงามมักแนะนำให้ใช้ไฮฟู่ร่วมกับฟิลเลอร์ เพื่อให้ได้ทั้งความกระชับและปริมาณที่เหมาะสม โดยเริ่มจากไฮฟู่ก่อนเพื่อยกโครงหน้า แล้วค่อยเติมฟิลเลอร์ในจุดที่ต้องการ


ราคาไฮฟู่ไทย vs เกาหลี — รักษาที่ไหนคุ้มค่ากว่า?

ประเทศไทยและเกาหลีใต้เป็นสองจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ด้านความงาม การเปรียบเทียบราคาต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายรวม ไม่ใช่เพียงราคาค่ารักษา

ราคาไฮฟู่ในเกาหลีใต้ (Gangnam, Seoul)

ในย่าน Gangnam กรุงโซล ราคาไฮฟู่อยู่ที่ประมาณ 200,000–1,500,000 วอน (ประมาณ 5,200–39,000 บาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน)

รายการค่าใช้จ่ายประเทศไทยเกาหลีใต้
ราคาไฮฟู่หน้าทั้งใบ12,000–35,000 บาท13,000–39,000 บาท
ที่พัก (3 คืน)1,500–9,000 บาท6,000–18,000 บาท
ตั๋วเครื่องบิน (ไป-กลับ)8,000–20,000 บาท
ค่าอาหารและเดินทางต่ำปานกลาง–สูง
ภาษาสื่อสารไทย / อังกฤษเกาหลี (อาจมีล่าม)

สรุป: สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย การรักษาในไทยมักคุ้มค่ากว่าเมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายรวม อย่างไรก็ตาม หากมีแผนท่องเที่ยวเกาหลีอยู่แล้ว การรักษาที่คลินิกชั้นนำใน Gangnam ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ


วิธีเลือกคลินิกไฮฟู่ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน

การเลือกคลินิกที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการรับผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย อย่าตัดสินใจจากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว

  1. ใบรับรองและการอนุญาต: คลินิกต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากกระทรวงสาธารณสุข แพทย์ผู้ทำการรักษาต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ยังไม่หมดอายุ ควรเป็นแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งที่ผ่านการอบรมด้านความงาม
  2. เครื่องมือที่ใช้: ตรวจสอบว่าเครื่องไฮฟู่ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ หรือ CE ยุโรป คลินิกที่น่าเชื่อถือจะแสดงใบรับรองเครื่องมือหรือบอกยี่ห้อ/รุ่นเครื่องได้ชัดเจน ระวังคลินิกที่ใช้เครื่องที่ไม่ทราบยี่ห้อ หรือเสนอราคาต่ำผิดปกติ
  3. กระบวนการให้คำปรึกษาก่อนรักษา: คลินิกที่มีมาตรฐานจะประเมินสภาพผิวและประวัติสุขภาพ แพทย์ควรอธิบายขั้นตอน ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ข้อห้าม และความเสี่ยงอย่างครบถ้วน ไม่ควรกดดันให้ตัดสินใจรักษาทันที
  4. ความโปร่งใสด้านราคา: คลินิกที่ดีจะระบุราคาชัดเจน รวมจำนวนช็อต เทคโนโลยีที่ใช้ และบริการหลังการรักษา ระวังการโฆษณาราคาต่ำแล้วมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมซ่อนอยู่
  5. รีวิวและหลักฐานผลงาน: ค้นหารีวิวจากผู้รับบริการจริงใน Google, Pantip, หรือ Facebook ขอดูรูปก่อน-หลังการรักษาของผู้ป่วยจริง (ไม่ใช่รูปสต็อก) ตรวจสอบว่าคลินิกมีการติดตามผลการรักษาหลังจบโปรแกรม

ข้อควรระวังและผลข้างเคียงของการทำไฮฟู่

แม้ว่าไฮฟู่จะเป็นการรักษาที่ค่อนข้างปลอดภัย แต่มีข้อควรระวังที่ผู้สนใจควรทราบ

ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นชั่วคราวและหายเองได้ภายในไม่กี่วัน:

  • บวมแดงเล็กน้อย บริเวณที่รักษา โดยปกติหายภายใน 24–48 ชั่วโมง
  • รู้สึกเจ็บหรือร้อน ระหว่างและหลังการรักษา โดยเฉพาะบริเวณใกล้กระดูก
  • อาการชาหรือรู้สึกเสียวซ่า ชั่วคราว ซึ่งมักหายภายใน 2–4 สัปดาห์
  • รอยฟกช้ำเล็กน้อย พบได้ในบางกรณี

ผู้ที่ไม่ควรทำไฮฟู่

  • ผู้ที่มีอุปกรณ์ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
  • ผู้ที่มีฟิลเลอร์หรือวัสดุฝังในบริเวณที่จะรักษา (ต้องประเมินโดยแพทย์)
  • ผู้ที่มีแผลเปิด การอักเสบ หรือการติดเชื้อในบริเวณที่รักษา
  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง เช่น Lupus Erythematosus
  • ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) หรือ Hypertrophic Scar

เมื่อไรควรติดต่อแพทย์ทันที: หากพบอาการบวมหรือแดงรุนแรงขึ้นหลังผ่านไป 48 ชั่วโมง อาการชาที่ยังคงอยู่เกิน 4 สัปดาห์ หรือการเปลี่ยนแปลงผิดปกติของผิวหนัง ให้ติดต่อคลินิกหรือแพทย์โดยเร็ว


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไฮฟู่ (FAQ)

ไฮฟู่เจ็บไหม?

ระดับความเจ็บปวดแตกต่างกันตามแต่ละบุคคลและบริเวณที่รักษา โดยทั่วไปผู้รับบริการรายงานว่ารู้สึกร้อนหรือแสบเล็กน้อย บริเวณใกล้กระดูกอาจเจ็บมากกว่า คลินิกส่วนใหญ่ทายาชาก่อนการรักษาเพื่อลดความไม่สบาย บางเทคโนโลยีรุ่นใหม่ เช่น 7D HIFU ออกแบบมาให้ความเจ็บปวดน้อยลง

ไฮฟู่ต้องทำกี่ครั้ง?

สำหรับการรักษาครั้งแรก โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ 1 ครั้ง แล้วรอดูผลลัพธ์ภายใน 3–6 เดือน หลังจากนั้นสามารถทำซ้ำทุก 12–18 เดือนเพื่อรักษาและต่อยอดผลลัพธ์

ไฮฟู่ ราคา เริ่มต้นที่เท่าไร?

ราคาไฮฟู่ในประเทศไทยเริ่มต้นประมาณ 5,000–8,000 บาทสำหรับการรักษาเฉพาะจุด เช่น ใต้คาง และสูงถึง 40,000–55,000 บาทสำหรับโปรแกรมครบชุดด้วยเครื่อง Ultherapy ราคาเฉลี่ยสำหรับการรักษาหน้าทั้งใบอยู่ที่ 15,000–25,000 บาท

ไฮฟู่กับการผ่าตัดยกหน้าต่างกันอย่างไร?

ไฮฟู่เป็นการรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Non-invasive) ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏชัดใน 3–6 เดือนและอยู่ได้ 1–2 ปี ในขณะที่การผ่าตัดยกหน้าให้ผลลัพธ์ที่เห็นชัดและคงทนกว่า 5–10 ปี แต่มีความเสี่ยง ค่าใช้จ่าย และเวลาพักฟื้นสูงกว่ามาก ไฮฟู่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัด

ไฮฟู่ปลอดภัยไหม?

เมื่อทำโดยแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมและใช้เครื่องที่ได้รับการรับรองจาก FDA หรือ CE ไฮฟู่เป็นการรักษาที่มีโปรไฟล์ความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นชั่วคราวและเล็กน้อย การเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์คือกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยง

ไฮฟู่เหมาะกับอายุเท่าไร?

ไฮฟู่เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 25–65 ปีที่มีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง ผู้ที่อายุระหว่าง 35–55 ปีมักได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เนื่องจากผิวยังมีความสามารถสร้างคอลลาเจนได้ดี ผู้สูงอายุที่ผิวหย่อนคล้อยมากอาจต้องปรึกษาแพทย์ว่าควรใช้ไฮฟู่หรือวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่า

ค้นหาคลินิกไฮฟู่ที่ผ่านการรับรอง

เปรียบเทียบราคา HIFU เทคโนโลยีต่างๆ และอ่านรีวิวจริง

ค้นหาคลินิกไฮฟู่

บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อนตัดสินใจเข้ารับหัตถการทุกกรณี

วันที่เผยแพร่: มิถุนายน 2569 (2026) | กำหนดทบทวนเนื้อหา: ธันวาคม 2569 (2026)