ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา 2026: แก้ร่องน้ำตาและตีนกา ด้วย Tear Trough Filler

อัปเดต: มิถุนายน 2026 | กำหนดทบทวนเนื้อหา: มกราคม 2027 | ตรวจสอบโดยทีมบรรณาธิการการแพทย์ Clinicintrend

คำเตือนทางการแพทย์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหัตถการที่ต้องการความเชี่ยวชาญสูง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ ราคาที่แสดงเป็นค่าประมาณตลาดไทยปี 2026

ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา 2026 ในประเทศไทยอยู่ในช่วง 5,000–20,000 บาทต่อข้าง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและปริมาณที่ใช้ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับการแก้ปัญหาร่องน้ำตา (Tear Trough) ตีนกา และใต้ตาคล้ำจากโครงสร้าง โดยไม่ต้องผ่าตัด ผลลัพธ์เห็นทันทีและอยู่ได้ 9–18 เดือน


ฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร และช่วยอะไรได้บ้าง

ฟิลเลอร์ใต้ตา (Tear Trough Filler) คือการฉีดสาร Hyaluronic Acid (HA) เข้าสู่บริเวณร่องน้ำตา ซึ่งเป็นรอยเว้าที่อยู่ระหว่างเปลือกตาล่างกับโหนกแก้ม เมื่ออายุมากขึ้นหรือจากพันธุกรรม บริเวณนี้จะสูญเสียปริมาตรทำให้ดูเหนื่อยหรือแก่กว่าความเป็นจริง

ฟิลเลอร์ HA เป็นวัสดุเติมปริมาตรที่ร่างกายผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าบริเวณร่องน้ำตาจะช่วยเติมเต็มความเว้าแอ่งได้ และสามารถละลายได้ด้วย Hyaluronidase หากต้องการแก้ไข

ปัญหาที่แก้ได้ด้วยฟิลเลอร์ใต้ตา

  • ร่องน้ำตา (Tear Trough) ที่ลึก
  • ตีนกาและรอยเว้าใต้ตา
  • ใต้ตาคล้ำจากโครงสร้างที่สะท้อนเงา
  • ใบหน้าดูเหนื่อยหรือแก่กว่าอายุจริง

ปัญหาที่ฟิลเลอร์ไม่ได้ผล

  • ถุงใต้ตาจากไขมันยื่น (Fat Herniation)
  • ผิวหย่อนคล้อยมากใต้ตา
  • ใต้ตาคล้ำจากเม็ดสีหรือเส้นเลือด (ต้องรักษาด้วยเลเซอร์)

ราคาฟิลเลอร์ใต้ตา 2026 — ตารางเปรียบเทียบ

* ราคาเป็นช่วงประมาณการสำหรับตลาดประเทศไทย ปี 2026 ควรนัดปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่แม่นยำ

ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อปริมาณราคาต่อข้างระดับ
ฟิลเลอร์ทั่วไป (HA Filler)ยี่ห้อทั่วไป0.5–1 ml5,000–10,000 บาท/ข้างประหยัด
Restylane® / Teosyal®Galderma / Teoxane0.5–1 ml8,000–14,000 บาท/ข้างกลาง
Juvederm® VolbellaAllergan (AbbVie)0.5–1 ml12,000–18,000 บาท/ข้างพรีเมียม
Restylane® EyelightGalderma0.5–1 ml14,000–20,000 บาท/ข้างพรีเมียม

ทำไมควรเลือกฟิลเลอร์เฉพาะทางสำหรับใต้ตา?

ผิวใต้ตาบางมากและมีหลอดเลือดหนาแน่น การใช้ฟิลเลอร์ที่มีความหนืดสูงหรือไม่ได้ออกแบบมาสำหรับบริเวณนี้ อาจทำให้เกิด Tyndall Effect (สีน้ำเงินใต้ผิว) หรือก้อนนูน ฟิลเลอร์เฉพาะทางอย่าง Juvederm® Volbella และ Restylane® Eyelight มีความหนืดต่ำและออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อลดความเสี่ยงนี้


ขั้นตอนการทำฟิลเลอร์ใต้ตา

1

การปรึกษาและประเมินก่อนทำ

แพทย์ตรวจประเมินโครงสร้างใต้ตา สาเหตุของร่องน้ำตา และความเหมาะสมในการทำฟิลเลอร์ รวมถึงแจ้งความเสี่ยงและตอบข้อสงสัย

2

ทำความสะอาดและทาครีมชา

ทำความสะอาดบริเวณใต้ตา ทาครีมชาเฉพาะที่ รอประมาณ 20–30 นาทีให้ยาชาออกฤทธิ์เต็มที่

3

การฉีดฟิลเลอร์

แพทย์ฉีดฟิลเลอร์โดยใช้เข็มขนาดเล็กหรือ Cannula เข้าสู่บริเวณร่องน้ำตา ใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที

4

การนวดปรับรูปและตรวจสอบผล

แพทย์นวดเบาๆ เพื่อกระจายฟิลเลอร์ให้เรียบสม่ำเสมอ และตรวจสอบความสมมาตรของทั้งสองข้าง

5

คำแนะนำหลังทำ

แพทย์แนะนำการดูแลหลังทำ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง และนัดติดตามผล

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ควรทำ

  • ประคบเย็นเบาๆ เพื่อลดบวมหลังฉีด
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ติดตามผลกับแพทย์ตามนัด

ควรหลีกเลี่ยง 1–2 สัปดาห์แรก

  • การนวดหรือกดทับบริเวณที่ฉีด
  • แสงแดดจัดและซาวน่า
  • แอลกอฮอล์และยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ผลลัพธ์และอายุงานของฟิลเลอร์ใต้ตา

ทันทีหลังฉีด

เห็นผลลัพธ์เบื้องต้นทันที แต่อาจมีบวมและช้ำ ผลลัพธ์จริงจะชัดเจนขึ้นเมื่ออาการบวมลดลง

1–2 สัปดาห์แรก

อาการบวมและช้ำค่อยๆ ลดลง เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริง ร่องน้ำตาตื้นขึ้น ใบหน้าดูสดใสและพักผ่อนเพียงพอมากขึ้น

1 เดือน

ผลลัพธ์เต็มที่ ฟิลเลอร์กระจายและเข้าที่เรียบร้อย สามารถกลับไปรีวิวกับแพทย์เพื่อประเมินผลและเติมหากจำเป็น

9–18 เดือน

ผลลัพธ์เริ่มลดลงตามธรรมชาติเมื่อ HA ค่อยๆ ถูกดูดซึมกลับเข้าร่างกาย ถึงเวลาพิจารณาฉีดซ้ำ


ความเสี่ยงและข้อควรระวังที่สำคัญ

ฟิลเลอร์ใต้ตาถือเป็นหนึ่งในหัตถการที่ต้องการความเชี่ยวชาญสูงที่สุดในกลุ่มการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากบริเวณนี้มีหลอดเลือดหนาแน่นและผิวหนังบางมาก

Tyndall Effectปานกลาง

ฟิลเลอร์ปรากฏเป็นสีน้ำเงินหรือเทาผ่านผิวบาง เกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ผิดชนิดหรือฉีดตื้นเกินไป แก้ไขได้ด้วย Hyaluronidase

บวมและช้ำทั่วไป

เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุด มักหายได้เองภายใน 5–10 วัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ก้อนนูนหรือไม่สม่ำเสมอปานกลาง

ฟิลเลอร์กระจายไม่สม่ำเสมอ สามารถแก้ไขได้ด้วยการนวดหรือ Hyaluronidase

การอุดตันของหลอดเลือด (Vascular Occlusion)หายากแต่รุนแรง

ภาวะหายากมากแต่เป็นฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรักษาทันที คลินิกที่ดีต้องมี Hyaluronidase และแผนการรับมือฉุกเฉิน [NEEDS VERIFICATION: อุบัติการณ์ที่แน่นอนในตลาดไทย]

สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ทันที

  • ปวดรุนแรงหรือผิดปกติหลังฉีด
  • ผิวหนังเปลี่ยนสีขาวซีดหรือคล้ำมากผิดปกติ
  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลงหรือมองภาพซ้อน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ): ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา 2026

ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาเท่าไหร่ในปี 2026?

ราคาอยู่ในช่วง 5,000–20,000 บาทต่อข้าง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและปริมาณ ฟิลเลอร์พรีเมียมเฉพาะทางสำหรับใต้ตาอยู่ที่ 12,000–20,000 บาทต่อข้าง

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปอยู่ได้ 9–18 เดือน บริเวณใต้ตามีการเคลื่อนไหวน้อยทำให้ฟิลเลอร์คงอยู่นานกว่าบางจุด

ฉีดแล้วบวมนานไหม?

อาการบวมและช้ำหลังฉีดเป็นเรื่องปกติ มักหายได้เองใน 5–10 วัน ควรหลีกเลี่ยงนัดสำคัญในช่วง 1–2 สัปดาห์หลังทำ

Tyndall Effect คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?

Tyndall Effect คือปรากฏการณ์ที่ฟิลเลอร์ปรากฏเป็นสีน้ำเงินหรือเทาผ่านผิวบางใต้ตา มักเกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ชนิดหนาเกินไปหรือฉีดตื้นเกินไป สามารถแก้ไขได้ด้วย Hyaluronidase ที่ละลายฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถละลายได้ไหมหากไม่พอใจ?

ใช่ ฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid (HA) สามารถละลายได้ด้วย Hyaluronidase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ย่อยสลาย HA โดยเฉพาะ ผลลัพธ์ย้อนกลับได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง


สรุป: ฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับใคร

ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาร่องน้ำตาหรือตีนกาจากการสูญเสียปริมาตรใต้ตา ไม่ใช่จากถุงไขมันหรือผิวหย่อนคล้อย ผลลัพธ์เห็นได้ทันทีและสามารถย้อนกลับได้หากต้องการ

อย่างไรก็ตาม หัตถการนี้ต้องการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูงและประสบการณ์เฉพาะด้าน ควรปรึกษาแพทย์อย่างน้อย 1–2 ท่านก่อนตัดสินใจ และเลือกคลินิกที่มี Hyaluronidase พร้อมรับมือกรณีฉุกเฉินเสมอ

ค้นหาคลินิกฟิลเลอร์ใต้ตาที่ได้รับการแนะนำ

เปรียบเทียบคลินิกฉีดฟิลเลอร์ชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมข้อมูลราคาและรีวิวจากผู้ใช้จริง

ค้นหาคลินิกฟิลเลอร์ใต้ตา →

บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ราคาที่ระบุเป็นข้อมูลโดยประมาณ ณ ปี 2026 ขึ้นอยู่กับคลินิก แพทย์ และโปรแกรมที่เลือก

วันที่เผยแพร่: มิถุนายน 2569 (2026) | อัปเดต: มิถุนายน 2569 (2026) | กำหนดทบทวนเนื้อหา: มกราคม 2570 (2027)