ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา 2569 — เปรียบเทียบราคาและแบรนด์ที่ดีที่สุด

อัปเดต: กรกฎาคม 2569 | ตรวจสอบโดยทีมบรรณาธิการการแพทย์ Clinicintrend

คำเตือนทางการแพทย์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการทุกครั้ง

ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา 2569 — คู่มือเปรียบเทียบราคา ความเสี่ยง และการเลือกคลินิกที่ดีที่สุด

ในปี 2569 ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา โดยเฉลี่ยในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 8,000–25,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับแบรนด์ฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ปริมาณสารที่ฉีด และความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ทำหัตถการ การทำความเข้าใจโครงสร้างราคาอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจจะช่วยให้ท่านได้รับผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและคุ้มค่าสูงสุด

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร?

ฟิลเลอร์ใต้ตา (Under-Eye Filler หรือ Tear Trough Filler) คือหัตถการทางการแพทย์ความงามที่ใช้การฉีดสารเติมเต็มบริเวณร่องใต้ตาหรือที่เรียกว่า "ร่องน้ำตา" (Tear Trough) เพื่อแก้ปัญหาตาโหล ผิวหนังหย่อนคล้อย หรือเงาดำที่เกิดจากร่องลึกใต้ดวงตา

สารที่นิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบันคือ กรดไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid หรือ HA) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายผลิตได้เองตามธรรมชาติ ทำให้มีความปลอดภัยสูงและสามารถละลายได้หากเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น โดยแพทย์จะใช้ยาเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ในการสลายฟิลเลอร์ออก

ทำไมบริเวณใต้ตาจึงเป็นโซนที่มีความเสี่ยงสูง?
บริเวณใต้ดวงตาเป็นหนึ่งในโซนที่ละเอียดอ่อนที่สุดของใบหน้า เนื่องจากมีเส้นเลือดและหลอดเลือดแดงสำคัญอยู่ใกล้เคียง โดยเฉพาะหลอดเลือดแดงที่เชื่อมต่อกับดวงตาโดยตรง การฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณนี้จึงต้องกระทำโดยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านกายวิภาคศาสตร์ใบหน้าโดยเฉพาะ

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลผิวรอบดวงตาอย่างครบวงจร สามารถอ่านได้ที่ การดูแลผิวรอบดวงตาด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่

ฟิลเลอร์ใต้ตา ราคา 2569 — ตารางเปรียบเทียบตามแบรนด์และปริมาณ

ตารางที่ 1: ราคาตามแบรนด์ฟิลเลอร์ (ต่อ 1 ซีซี)

แบรนด์ฟิลเลอร์ ประเทศผู้ผลิต ราคาโดยประมาณ (บาท/ซีซี)
Juvederm Ultra / Volbella สหรัฐอเมริกา (Allergan) 12,000–20,000
Restylane Eyelight / Refyne สวีเดน (Galderma) 12,000–18,000
Teosyal Redensity II สวิตเซอร์แลนด์ (Teoxane) 13,000–22,000
Belotero Balance เยอรมนี (Merz) 10,000–16,000
Princess Filler (Rich) ออสเตรีย 8,000–14,000
Cleviel / Neuramis (Korean HA) เกาหลีใต้ 6,000–12,000

ตารางที่ 2: ราคาโดยรวมต่อครั้ง

ปริมาณที่ใช้ต่อครั้ง ประมาณการราคารวม (บาท) เหมาะสำหรับ
0.5 ซีซี (ข้างเดียว) 5,000–12,000 ร่องน้ำตาตื้น เติมเล็กน้อย
1 ซีซี (สองข้าง) 8,000–20,000 ร่องน้ำตาระดับปานกลาง (พบบ่อยที่สุด)
1.5–2 ซีซี (สองข้าง) 12,000–28,000 ร่องน้ำตาลึกมาก

ตารางที่ 3: เปรียบเทียบราคาตามระดับคลินิก

ระดับคลินิก ช่วงราคาโดยรวม (บาท)
คลินิกเล็ก / คลินิกทั่วไป 6,000–12,000
คลินิกความงามเฉพาะทาง 10,000–20,000
โรงพยาบาลเอกชน / คลินิกพรีเมียม 15,000–30,000

ฟิลเลอร์ใต้ตา กับ การผ่าตัด ต่างกันอย่างไร?

ฟิลเลอร์ใต้ตา การผ่าตัด Blepharoplasty
วิธีการ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ผ่าตัดภายใต้ยาสลบ
เวลา 15–30 นาที 1–3 ชั่วโมง
พักฟื้น แทบไม่มี 2–4 สัปดาห์
ผลลัพธ์ ชั่วคราว (9–18 เดือน) ถาวรหรือระยะยาว
ราคา 8,000–25,000 บาท 30,000–100,000 บาทขึ้นไป
สามารถย้อนกลับได้ ได้ (ด้วย Hyaluronidase) ไม่ได้

บทสรุปการเลือก: สำหรับผู้ที่มีร่องน้ำตาตื้นถึงปานกลาง ผิวยังคงยืดหยุ่นดี และต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วโดยไม่อยากผ่าตัด ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากหรือถุงไขมันขนาดใหญ่ การปรึกษาศัลยแพทย์อาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว

หากท่านอยู่ในกรุงเทพฯ สามารถดูรายชื่อคลินิกแนะนำได้ที่ คลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

1. การปรึกษาและประเมินก่อนทำหัตถการ
แพทย์จะซักประวัติสุขภาพ ตรวจดูลักษณะร่องน้ำตา ความหนาของผิวหนัง และโครงสร้างใบหน้าโดยรวม ในขั้นตอนนี้ท่านควรแจ้งประวัติการแพ้ยา ยาที่รับประทานอยู่ และหัตถการความงามที่เคยทำมาก่อน

2. การเตรียมผิว
แพทย์จะทำความสะอาดบริเวณใต้ตาอย่างละเอียด จากนั้นทาครีมชาเฉพาะที่ทิ้งไว้ประมาณ 20–30 นาที

3. การฉีดฟิลเลอร์ (Injection)
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการฉีดสารฟิลเลอร์ด้วยความระมัดระวังสูง โดยมีสองเทคนิคหลัก:

  • เทคนิค Sharp Needle: ใช้เข็มขนาดเล็ก ฉีดเข้าชั้น Periosteum
  • เทคนิค Cannula (แนะนำมากกว่า): ใช้เข็มปลายทู่ซึ่งลดโอกาสการทะลุเส้นเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ

4. การนวดและปรับรูปร่าง
หลังฉีด แพทย์จะนวดเบา ๆ เพื่อกระจายสารฟิลเลอร์ให้สม่ำเสมอและเป็นธรรมชาติ

5. การดูแลหลังทำหัตถการ

  • หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24–48 ชั่วโมง
  • ห้ามสัมผัสความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อบไอน้ำ หรือออกกำลังกายหนักเป็นเวลา 24–48 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ในวันแรก
  • นัดติดตามผลหลัง 2 สัปดาห์

ความเสี่ยงและข้อควรระวัง

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยและมักหายเองได้:

  • รอยฟกช้ำ (Bruising) — เกิดได้บ่อยในบริเวณนี้ มักหายได้เองภายใน 1–2 สัปดาห์
  • อาการบวม (Swelling) — เป็นเรื่องปกติ มักหายภายใน 24–72 ชั่วโมง

ผลข้างเคียงที่ต้องได้รับการรักษา:

  • Tyndall Effect — ฟิลเลอร์ถูกฉีดตื้นเกินไป ทำให้ผิวมองเห็นเป็นสีน้ำเงิน แก้ไขด้วยการฉีด Hyaluronidase
  • ก้อนฟิลเลอร์ (Lumps and Nodules) — แก้ไขได้ด้วยการนวดหรือฉีดเอนไซม์

ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่ต้องรับการรักษาฉุกเฉิน:

  • การอุดตันของหลอดเลือด (Vascular Occlusion) — แม้จะพบน้อยมาก แต่หาก Filler เข้าไปอุดตันหลอดเลือด ทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือด อาการเริ่มต้นคือผิวซีด ปวดอย่างรุนแรง ต้องรับการรักษาฉุกเฉินทันที
  • ความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น (Risk of Blindness) — บริเวณใต้ตามีหลอดเลือดที่เชื่อมต่อกับจอประสาทตาโดยตรง หากฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันหลอดเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงจอตา อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวรได้ ผู้รับบริการต้องเลือกแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญและมีทักษะการจัดการภาวะฉุกเฉินเท่านั้น
  • เนื้อตาย (Necrosis) — เกิดจากการขาดเลือดที่เนื้อเยื่อเป็นเวลานาน อาจเกิดรอยแผลเป็นถาวร

คำแนะนำสำคัญเพื่อความปลอดภัย:

  1. เลือกแพทย์ที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาโดยเฉพาะ
  2. ตรวจสอบว่าคลินิกมียา Hyaluronidase พร้อมใช้งานตลอดเวลา
  3. อย่าตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกหัตถการความงามที่ปลอดภัย สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ Clinicintrend

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตาเจ็บมากไหม?

ส่วนใหญ่แพทย์จะทาครีมชาเฉพาะที่ก่อนฉีด ทำให้ความเจ็บปวดอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง ผู้รับบริการส่วนมากรู้สึกเพียงแรงกดเบา ๆ ระดับความเจ็บปวดขึ้นอยู่กับความไวต่อความเจ็บปวดของแต่ละบุคคล และเทคนิคที่แพทย์เลือกใช้

ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปฟิลเลอร์ใต้ตาที่ใช้กรดไฮยาลูรอนิกอยู่ได้ประมาณ 9–18 เดือน บริเวณใต้ตามักมีการเคลื่อนไหวน้อย ทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานกว่าบริเวณอื่น แต่ขึ้นอยู่กับอัตราเมแทบอลิซึมและไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลด้วย

ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา?

ควรงดยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน ยาละลายลิ่มเลือด และอาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา อย่างน้อย 7–10 วันก่อนทำหัตถการเพื่อลดความเสี่ยงรอยฟกช้ำ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อน 24–48 ชั่วโมง และแจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาและอาหารเสริมทั้งหมดที่รับประทานอยู่

ฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับทุกคนไหม?

ไม่เหมาะสำหรับทุกคน ผู้ที่มีผิวบางมาก ถุงไขมันใต้ตาขนาดใหญ่จากไขมันที่ยื่นออกมา มีประวัติแพ้สารฟิลเลอร์ อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือมีโรคที่กระทบภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับหัตถการ

หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้ว สามารถออกไปทำงานได้เลยไหม?

ผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบปกติหลังฉีด แต่อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก บางรายอาจมีรอยฟกช้ำที่ต้องใช้เครื่องสำอางปกปิดในช่วง 1–2 สัปดาห์

ฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถละลายออกได้ไหมถ้าไม่พอใจผลลัพธ์?

ได้ หากใช้ฟิลเลอร์ชนิดกรดไฮยาลูรอนิก (HA) แพทย์สามารถฉีดเอนไซม์ Hyaluronidase เพื่อสลายฟิลเลอร์ออกได้ภายใน 24–72 ชั่วโมง นี่คือเหตุผลที่ทำให้ HA Filler ได้รับความนิยมมากกว่าฟิลเลอร์ชนิดถาวรซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้หากเกิดปัญหา

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

เปรียบเทียบคลินิกใกล้คุณ

ค้นหาคลินิกที่เหมาะกับคุณพร้อมรีวิวและราคาจริงจากผู้ใช้จริง

ค้นหาคลินิก →

บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ราคาที่ระบุเป็นข้อมูลโดยประมาณ ณ ปี 2569

วันที่เผยแพร่: กรกฎาคม 2569 (2026) | กำหนดทบทวนเนื้อหา: มกราคม 2570 (2027)