เสริมคาง ราคา 2026: คู่มือครบจบก่อนตัดสินใจ ซิลิโคน vs ฟิลเลอร์คาง

อัปเดต: มิถุนายน 2026 | ตรวจสอบโดยทีมบรรณาธิการการแพทย์ Clinicintrend | กำหนดทบทวน: มกราคม 2027

คำเตือนทางการแพทย์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจรับการรักษาทุกกรณี

ราคาเสริมคางปี 2026 เริ่มต้นตั้งแต่ 8,000 บาท สำหรับการฉีดฟิลเลอร์คาง ไปจนถึง 60,000 บาท สำหรับการเสริมคางด้วยซิลิโคน ทางเลือกที่เหมาะกับคุณขึ้นอยู่กับเป้าหมายความสวยงาม งบประมาณ และความต้องการในระยะยาว


เสริมคางคืออะไร

การเสริมคาง (Chin Augmentation หรือ Mentoplasty) คือกระบวนการปรับปรุงรูปทรงของคางและบริเวณขากรรไกรล่าง ให้ดูกลมกล่อม ได้สัดส่วน และสมดุลกับโครงหน้าโดยรวม โดยอาจใช้วิธีผ่าตัดฝังซิลิโคนหรือการฉีดสารฟิลเลอร์ ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล

กระแส K-Beauty และเทรนด์ V-Shape Face ที่มาจากเกาหลีใต้มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นให้ความต้องการเสริมคางเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

ผู้ที่มักพิจารณาเสริมคาง:

  • ผู้ที่มีปัญหา คางสั้น คางหด หรือ กรามยื่น ซึ่งทำให้โปรไฟล์ด้านข้างดูไม่สมดุล
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าจากทรงสี่เหลี่ยมให้ดูเรียวสวยแบบ V-face
  • ผู้ที่ต้องการทดลองผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจผ่าตัด (เหมาะกับฟิลเลอร์)

ปัจจุบันการเสริมคางในประเทศไทยมีสองวิธีหลัก ได้แก่:

การฝังซิลิโคนคาง (Silicone Chin Implant)

วิธีผ่าตัด ให้ผลถาวร เหมาะกับคางสั้นมากหรือต้องการปรับโครงสร้างอย่างชัดเจน

การฉีดฟิลเลอร์คาง (Chin Filler Injection)

วิธีไม่ผ่าตัด ผลชั่วคราวแต่เห็นผลทันที เหมาะกับผู้ที่ต้องการพักฟื้นสั้น


ราคาเสริมคาง 2026

ราคาเสริมคางในปี 2026 มีความหลากหลายตามวิธีการ วัสดุที่ใช้ และระดับของคลินิก

ราคาเสริมคางด้วยซิลิโคน (ผ่าตัด)

ระดับคลินิกราคาประมาณการ (บาท)
คลินิกความงามทั่วไป20,000 – 30,000
คลินิกเฉพาะทางระดับกลาง30,000 – 45,000
โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ45,000 – 60,000

ราคาซิลิโคนเสริมคางรวมถึง:

  • ค่าแพทย์ศัลยแพทย์และทีมงาน
  • ค่าวิสัญญีแพทย์ (ยาชาหรือยาสลบ)
  • ค่าห้องผ่าตัดและอุปกรณ์ปลอดเชื้อ
  • ค่าซิลิโคนคาง (Silimed, Mentor หรือยี่ห้อเทียบเท่า)
  • ค่านัดติดตามผลหลังผ่าตัด 1–3 ครั้ง

ราคาฉีดฟิลเลอร์คาง (ไม่ผ่าตัด)

ชนิดฟิลเลอร์ราคาประมาณการ (บาท/ซีซี)
Hyaluronic Acid (HA) — เช่น Juvederm, Restylane8,000 – 15,000
Radiesse (Calcium Hydroxylapatite)12,000 – 20,000

* ปกติใช้ฟิลเลอร์ 1–2 ซีซีต่อครั้ง ต้องฉีดซ้ำทุก 12–18 เดือน ราคาขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาเสริมคาง

1

ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์

ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงและผ่านการฝึกอบรมเฉพาะด้านมักมีค่าตอบแทนสูงกว่า

2

ชนิดและยี่ห้อวัสดุ

ซิลิโคนแบรนด์นำเข้าจากยุโรปหรือสหรัฐฯ มักราคาสูงกว่าแบรนด์เอเชีย

3

ที่ตั้งคลินิก

กรุงเทพฯ โดยเฉพาะในเขตสุขุมวิทและสีลม มักมีราคาสูงกว่าต่างจังหวัด

4

ความซับซ้อนของกรณี

รูปหน้าที่ต้องการปรับมากจะใช้วัสดุมากขึ้น

5

บริการหลังการรักษาและการรับประกัน

คลินิกที่มีระบบติดตามผลครบวงจรมักมีราคาสูงกว่า

ค้นหาคลินิกเสริมคางที่ใช่สำหรับคุณ

ดูรายชื่อคลินิกและโรงพยาบาลที่ให้บริการเสริมคางพร้อมรีวิวจากผู้ใช้จริง

ดูคลินิกเสริมคางกว่า 313 แห่งทั่วไทย →

เสริมคางแบบใส่ซิลิโคน vs ฉีดฟิลเลอร์คาง

ซิลิโคนเสริมคาง: ทางเลือกถาวร

ข้อดี:
  • ผลลัพธ์ถาวร ไม่ต้องทำซ้ำ
  • ปรับรูปทรงคางได้แม่นยำ
  • คุ้มค่าในระยะยาว
  • ผลลัพธ์คงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง
ข้อด้อย:
  • ต้องผ่าตัดภายใต้ยาชาหรือยาสลบ
  • ระยะพักฟื้น 7–14 วัน
  • มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด
  • ราคาเริ่มต้นสูงกว่าฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คาง: ทางเลือกยืดหยุ่น

ข้อดี:
  • ไม่ต้องผ่าตัด ทำได้ใน 30–60 นาที
  • พักฟื้นสั้น 1–2 วัน
  • ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า
  • ฟิลเลอร์ HA ละลายออกได้ด้วย Hyaluronidase
ข้อด้อย:
  • ผลชั่วคราว ต้องฉีดซ้ำทุก 12–18 เดือน
  • ปริมาณการเปลี่ยนแปลงมีขีดจำกัด
  • ค่าใช้จ่ายสะสมระยะยาวอาจสูงกว่า

ตารางเปรียบเทียบ

เกณฑ์ซิลิโคนเสริมคางฟิลเลอร์คาง
ราคา (2026)20,000–60,000 บาท8,000–20,000 บาท
ความคงทนถาวร (10–20+ ปี)12–18 เดือน
ระยะพักฟื้น7–14 วัน1–2 วัน
ความเสี่ยงปานกลาง (ผ่าตัด)ต่ำ
ย้อนกลับได้ยาก (ต้องผ่าตัดอีกครั้ง)ง่าย (HA ละลายได้)
เหมาะกับคางสั้นมาก ต้องการผลถาวรทดลองผล คางสั้นน้อย-ปานกลาง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ทุกประเภท อ่านได้ที่ ฉีดฟิลเลอร์ ราคา 2026: คู่มือครบจบ


ขั้นตอนการเสริมคาง

ขั้นตอนการเสริมคางด้วยซิลิโคน

1

การปรึกษาและวางแผน (Consultation)

แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด ถ่ายภาพ และอาจใช้โปรแกรม 3D Simulation เพื่อจำลองผลลัพธ์ที่คาดหวัง พร้อมเลือกขนาดและรูปทรงซิลิโคนที่เหมาะสม

2

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

งดอาหารและน้ำดื่มอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด หยุดยาต้านการแข็งตัวของเลือดตามคำแนะนำแพทย์ งดบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด

3

การผ่าตัด (45–90 นาที)

แพทย์กรีดแผลขนาดเล็ก (1–2 ซม.) ภายในปากบริเวณเหงือกล่าง หรือใต้คางในแนวตามธรรมชาติของผิวหนัง จากนั้นสอดซิลิโคนเข้าสู่ตำแหน่งที่ถูกต้องและเย็บปิดแผล

4

การพักฟื้นหลังผ่าตัด

สวมผ้าพันคางหรือผ้ายืดพยุงขากรรไกร 5–7 วัน รับประทานยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง รับประทานอาหารอ่อนๆ ใน 1–2 สัปดาห์แรก งดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 4 สัปดาห์

5

การติดตามผล

นัดตรวจหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ (ตัดไหม) 1 เดือน และ 3 เดือน เพื่อประเมินผลลัพธ์และตรวจหาภาวะแทรกซ้อน

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์คาง

1

ปรึกษาและประเมินโครงสร้างใบหน้า

แพทย์วิเคราะห์สัดส่วนคาง-จมูก-หน้าผาก และกำหนดจุดฉีดและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะสม

2

ทาครีมชาเฉพาะที่

รอให้ยาชาออกฤทธิ์ประมาณ 20–30 นาที เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างฉีด

3

ฉีดฟิลเลอร์

แพทย์ใช้เข็มขนาดเล็กหรือแคนนูล (Cannula) ฉีดฟิลเลอร์ทีละจุดอย่างพิถีพิถัน ปรับทิศทางและรูปทรงแบบ Real-time ใช้เวลาประมาณ 20–40 นาที

4

กดนวดปรับรูปทรงและสังเกตอาการ

แพทย์กดนวดเบาๆ ให้ฟิลเลอร์กระจายตัวในตำแหน่งที่ต้องการ จากนั้นพักสังเกตอาการ 15–30 นาที


ผลลัพธ์และความคงทน

ซิลิโคนเสริมคาง

  • เห็นผลตั้งแต่วันแรก แม้จะมีอาการบวม
  • ผลสมบูรณ์ 3–6 เดือนหลังผ่าตัด
  • ซิลิโคนคุณภาพสูง อายุการใช้งาน 10–20 ปีหรือตลอดชีวิต
  • ไม่ยุบตัวตามกาลเวลา แตกต่างจากฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์คาง

  • เห็นผลทันทีหลังฉีด แต่บวมกว่าปกติ 2–3 วัน
  • ผลสมบูรณ์หลังบวมยุบ 2–4 สัปดาห์
  • Hyaluronic Acid (HA): 12–15 เดือน
  • Radiesse: 15–24 เดือน (กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน)

ผลข้างเคียงที่ต้องรู้

ผลข้างเคียงจากซิลิโคนเสริมคาง

พบบ่อย (ชั่วคราว):

  • บวมและฟกช้ำบริเวณคาง 1–3 สัปดาห์
  • อาการชาบริเวณคาง อาจอยู่ได้ 1–3 เดือน
  • ปวดเล็กน้อยหลังผ่าตัด

ผลข้างเคียงที่เป็นไปได้:

  • การติดเชื้อบริเวณแผล
  • การเลื่อนตำแหน่งของซิลิโคน
  • Capsular Contracture — เนื้อเยื่อหดรัดรอบซิลิโคน

ผลข้างเคียงจากฟิลเลอร์คาง

พบบ่อย (ชั่วคราว):

  • บวม แดง และเจ็บบริเวณที่ฉีด 3–7 วัน
  • ฟกช้ำเล็กน้อย 1–2 สัปดาห์
  • รู้สึกตึงหรือแน่นบริเวณคาง

ผลข้างเคียงรุนแรง (พบน้อย):

  • ก้อนฟิลเลอร์ (Nodules) หรือผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ
  • การอุดตันของหลอดเลือด (Vascular Occlusion) — ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรับการรักษาทันที เป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

คำเตือนสำคัญ: ห้ามรับบริการฉีดฟิลเลอร์จากผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ไม่ว่าจะเป็นช่างเสริมสวย หรือผู้ที่ไม่ผ่านการฝึกอบรมทางการแพทย์ เนื่องจากความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง รวมถึงการอุดตันของหลอดเลือดที่ต้องรักษาทันที


เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย

1

ตรวจสอบคุณสมบัติและใบอนุญาตแพทย์

ตรวจสอบว่าแพทย์มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ถูกต้องจากแพทยสภา วุฒิบัตรเฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และประสบการณ์ทำเสริมคางมาแล้วอย่างน้อย 50–100 ราย ขอดูผลงาน Before & After จริงของแพทย์คนนั้น

2

ประเมินมาตรฐานสถานพยาบาล

ตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข ห้องผ่าตัดสำหรับซิลิโคนต้องมีระบบควบคุมอากาศและเครื่องมือครบครัน และต้องมียา Hyaluronidase (สำหรับละลายฟิลเลอร์ HA) สำรองไว้เสมอ

3

ความโปร่งใสด้านราคาและสัญญา

คลินิกที่น่าเชื่อถือจะออกใบเสนอราคาอย่างละเอียดระบุทุกรายการ ระวังโปรโมชั่นกดดัน เช่น "ราคาพิเศษหมดเขตวันนี้" สอบถามให้ชัดเจนว่าหากเกิดภาวะแทรกซ้อนจะรับผิดชอบอย่างไร

4

บริการหลังการรักษาและอ่านรีวิว

คลินิกดีต้องมีช่องทางติดต่อฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงและนโยบายนัดติดตามผลชัดเจน อ่านรีวิวจาก Pantip, Google Maps, Facebook Groups ด้านศัลยกรรม และระวังรีวิวจากบัญชีใหม่ที่ดู "สมบูรณ์แบบ" เกินจริง


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เสริมคางราคาเท่าไหร่ในปี 2026?

ราคาเสริมคางปี 2026 แบ่งตามวิธีได้ดังนี้: การฝังซิลิโคนคาง 20,000–60,000 บาท ขึ้นอยู่กับระดับคลินิกและประสบการณ์แพทย์ และการฉีดฟิลเลอร์คาง 8,000–20,000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้

เสริมคางซิลิโคนอยู่ได้นานแค่ไหน?

ซิลิโคนเสริมคางคุณภาพสูงจากแบรนด์ที่ได้มาตรฐานสามารถคงรูปได้ 10–20 ปีหรือตลอดชีวิต ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนซิลิโคนหากไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน แตกต่างจากฟิลเลอร์ที่ต้องทำซ้ำทุก 12–18 เดือน

ฉีดฟิลเลอร์คางกับเสริมคางซิลิโคนต่างกันอย่างไร?

ฟิลเลอร์คางเป็นวิธีไม่ผ่าตัด ผลชั่วคราว 12–18 เดือน ราคาต่ำกว่า พักฟื้นสั้นเพียง 1–2 วัน และสามารถย้อนกลับได้ (ฟิลเลอร์ HA) ในขณะที่ซิลิโคนเสริมคางคือการผ่าตัด ให้ผลถาวร ราคาสูงกว่า พักฟื้น 7–14 วัน แต่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

เสริมคางปลอดภัยไหม?

เมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีใบอนุญาตถูกต้องและในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน การเสริมคางถือว่าปลอดภัยสูง ความเสี่ยงที่พบบ่อยเป็นผลข้างเคียงชั่วคราว เช่น บวมและฟกช้ำ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบได้น้อยมากและมักเกิดจากแพทย์ไม่มีประสบการณ์หรือสถานพยาบาลไม่ได้มาตรฐาน

เสริมคางแล้วจะได้หน้า V-Shape จริงไหม?

การเสริมคางช่วยให้คางยื่นออกมาได้สัดส่วน โปรไฟล์ด้านข้างดูสมดุล และเสริมความโดดเด่นของ V-Shape ได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม V-Shape แบบสมบูรณ์แบบอาจต้องประกอบกับการรักษาอื่น เช่น การฉีดโบท็อกซ์ลดกราม หรือการเสริมจมูก ขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าแต่ละบุคคล

หลังเสริมคางต้องพักฟื้นนานเท่าไหร่?

หลังฝังซิลิโคนคาง ต้องพักฟื้น 7–14 วัน มีบวมฟกช้ำและต้องงดอาหารแข็งช่วงแรก สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ พักฟื้นเพียง 1–2 วัน สามารถกลับทำงานหรือใช้ชีวิตปกติได้เร็วกว่ามาก

เสริมคางซิลิโคนกับฉีดฟิลเลอร์คาง วิธีไหนเจ็บกว่ากัน?

การฝังซิลิโคนคางอยู่ภายใต้ยาชาหรือยาสลบ จึงไม่รู้สึกเจ็บระหว่างผ่าตัด แต่จะมีความเจ็บปวดและไม่สบายในช่วงพักฟื้น 3–7 วันแรก ส่วนการฉีดฟิลเลอร์มีการทาครีมชาก่อน ระหว่างฉีดอาจรู้สึกตึงเล็กน้อย และหายภายใน 1–2 วัน โดยรวมแล้วฟิลเลอร์ก่อให้เกิดความไม่สบายน้อยกว่าการผ่าตัด

ค้นหาคลินิกเสริมคางที่ใช่สำหรับคุณ

ที่ Clinicintrend คุณสามารถค้นหาและเปรียบเทียบคลินิกเสริมความงามชั้นนำทั่วประเทศไทย พร้อมรีวิวจากผู้ใช้จริงและข้อมูลการติดต่อสอบถามราคาโดยตรง

ค้นหาคลินิกเสริมคาง →

บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งที่ได้รับการรับรองโดยตรงก่อนตัดสินใจรับการรักษา ข้อมูลในบทความนี้ไม่สามารถทดแทนการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้

วันที่เผยแพร่: มิถุนายน 2569 (2026) | กำหนดทบทวนเนื้อหา: มกราคม 2570 (2027)