โบท็อกซ์ ราคา 2026: เปรียบเทียบราคาและวิธีเลือกคลินิกที่ดีที่สุด

โบท็อกซ์เป็นหนึ่งในหัตถการความงามที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ตั้งแต่ 2,000–15,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณและปริมาณยาที่ใช้ บทความนี้รวบรวมข้อมูลราคา การเปรียบเทียบยี่ห้อ และคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนเข้ารับการรักษาในปี 2569

เผยแพร่: มิถุนายน 2569 • ตรวจสอบทุก 6 เดือน

โบท็อกซ์ ราคา 2026 Botox Injection

คำชี้แจงทางการแพทย์: ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองก่อนตัดสินใจรับการรักษาทุกกรณี

โบท็อกซ์ ราคา 2026 อยู่ที่ 2,000–15,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีดและปริมาณยาที่ใช้ บริเวณหน้าผากและหางตาเริ่มต้นที่ 2,000–5,000 บาท ส่วนโบท็อกซ์กรามและรักแร้อาจสูงถึง 8,000–15,000 บาท


โบท็อกซ์คืออะไร

โบท็อกซ์ (Botulinum Toxin Type A) คือสารโปรตีนที่ผลิตจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum ซึ่งในทางการแพทย์ถูกนำมาใช้ในปริมาณที่น้อยมากและผ่านกระบวนการทางเภสัชกรรม เพื่อยับยั้งการส่งสัญญาณประสาทที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดตัวชั่วคราว

เมื่อฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อเป้าหมาย โบท็อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดการเคลื่อนไหว ส่งผลให้รอยย่นที่เกิดจากการแสดงสีหน้าลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังใช้เพื่อปรับรูปทรงใบหน้า เช่น ลดกราม และรักษาอาการเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis)

การใช้งานโบท็อกซ์ทางความงามที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่:

  • ลดรอยย่นบนใบหน้า — หน้าผาก หว่างคิ้ว รอยตีนกา
  • โบท็อกซ์กราม — ลดขนาดกล้ามเนื้อ Masseter เพื่อหน้าเรียว
  • Nefertiti Lift — ยกคอ ลดเส้นแบ่งในแนวตั้งบริเวณคอ
  • รักแร้และฝ่ามือ — ลดเหงื่อออกมากผิดปกติ
  • ปรับรูปจมูกและคาง — เสริมรูปทรงโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ลด Bunny Lines — รอยย่นข้างจมูกที่เกิดเวลายิ้ม

ข้อควรทราบ: โบท็อกซ์ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกาและ อย. ไทย สำหรับการรักษาทางการแพทย์และความงามหลายประเภท อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ ปริมาณยาที่ใช้ และลักษณะกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล


ราคา โบท็อกซ์ ราคา 2026 — แยกตามบริเวณที่ฉีด

ราคาโบท็อกซ์ในประเทศไทยปี พ.ศ. 2569 แตกต่างกันตามบริเวณที่ฉีด ปริมาณยา (ยูนิต) ที่ใช้ และความเชี่ยวชาญของแพทย์ ตารางด้านล่างแสดงช่วงราคาอ้างอิงตลาดทั่วไป

บริเวณที่ฉีดรายละเอียดปริมาณโดยประมาณราคาอ้างอิง (บาท)
หน้าผาก (Forehead)ลดรอยย่นแนวนอน10–20 ยูนิต2,0005,000
หว่างคิ้ว (Glabella / Frown Lines)ลดรอยขมวดคิ้ว10–25 ยูนิต2,0004,500
หางตา (Crow's Feet)ลดรอยตีนกา10–15 ยูนิต/ข้าง2,0004,000
กราม (Masseter / Jaw Slimming)ลดกราม เรียวหน้า20–40 ยูนิต/ข้าง5,00015,000
คาง (Chin)ปรับรูปคาง ลด Dimple5–10 ยูนิต2,5005,000
คอ (Nefertiti Lift)ยกคอ ลดเส้น Platysma20–40 ยูนิต4,00010,000
รักแร้ (Hyperhidrosis)ลดเหงื่อออกมาก50–100 ยูนิต/ข้าง8,00015,000
จมูก (Bunny Lines)ลดรอยย่นข้างจมูก5–10 ยูนิต2,0003,500

* ราคาข้างต้นเป็นช่วงอ้างอิงตลาดทั่วไปในประเทศไทย ปี 2026/2569 ราคาที่แท้จริงขึ้นอยู่กับคลินิก ความเชี่ยวชาญของแพทย์ ปริมาณยาที่ใช้จริง และที่ตั้งคลินิก ควรขอใบเสนอราคาจากคลินิกโดยตรง

ปัจจัยที่กำหนดราคาโบท็อกซ์: ราคาโบท็อกซ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ (1) จำนวนยูนิตที่ใช้ในการรักษา — บริเวณกรามและรักแร้ใช้ยูนิตสูงกว่ามาก (2) ยี่ห้อยา (Allergan Botox, Dysport, Xeomin หรือยี่ห้อเกาหลี) (3) ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์ (4) ที่ตั้งและชื่อเสียงของคลินิก


เปรียบเทียบยี่ห้อโบท็อกซ์ในไทย 2026

ในประเทศไทยมีโบท็อกซ์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. หลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติและจุดเด่นที่แตกต่างกัน การเลือกยี่ห้อควรพิจารณาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตามวัตถุประสงค์การรักษา

ยี่ห้อแหล่งผลิตจุดเด่นระดับราคา
Botox (Allergan)สหรัฐอเมริกายี่ห้อแรกที่ได้รับการรับรอง FDA มีงานวิจัยรองรับมากที่สุดสูงกว่าเฉลี่ย
Dysport (Ipsen)ยุโรปแพร่กระจายได้กว้างกว่า เริ่มออกฤทธิ์เร็วกว่า เหมาะกับพื้นที่กว้างใกล้เคียงกัน
Xeomin (Merz)เยอรมนีบริสุทธิ์ ไม่มีโปรตีนเสริม ลดโอกาสดื้อยาใกล้เคียงกัน
Neuronox / Meditoxinเกาหลีใต้ราคาประหยัดกว่า นิยมในเอเชียประหยัดกว่า

ยี่ห้อที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษาและเป้าหมายของผู้รับบริการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้แนะนำยี่ห้อ และปริมาณที่เหมาะสมที่สุดในการปรึกษาก่อนการรักษา


ผลข้างเคียงและความเสี่ยงของโบท็อกซ์

โบท็อกซ์มีประวัติความปลอดภัยที่ดีมากเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม ผู้รับบริการควรรับทราบผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย (ชั่วคราว)

  • • รอยฟกช้ำหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด
  • • ปวดหรือระคายเคืองบริเวณที่ฉีด 1–3 วัน
  • • ปวดศีรษะเล็กน้อย พบได้ใน 10–15% ของผู้รับบริการ
  • • ผิวหนังแดงชั่วคราว

ผลข้างเคียงที่ควรระวัง

  • • หนังตาตก (Ptosis) หากฉีดผิดตำแหน่งบริเวณหน้าผาก
  • • รอยยิ้มไม่สมมาตรชั่วคราว
  • • กลืนลำบากหากฉีดบริเวณคอ
  • • อาการแพ้ยา (พบน้อยมาก)

ผู้ที่ไม่ควรฉีดโบท็อกซ์: สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร • ผู้ที่มีโรค Myasthenia Gravis หรือ Lambert-Eaton Syndrome • ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบในยา • ผู้ที่มีการติดเชื้อในบริเวณที่จะฉีด ควรแจ้งประวัติยาและโรคประจำตัวทั้งหมดแก่แพทย์ก่อนทำเสมอ

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่มีระยะเวลาสั้น และความเสี่ยงของผลข้างเคียงรุนแรงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเลือกคลินิกที่มีแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านความงามและมีประสบการณ์สูง


เลือกคลินิกโบท็อกซ์อย่างไร

การเลือกคลินิกที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการได้รับผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจ

1. ตรวจสอบใบอนุญาตของแพทย์

แพทย์ที่ทำการฉีดโบท็อกซ์ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และควรมีการอบรมเพิ่มเติม ด้านศัลยกรรมตกแต่งหรือโรคผิวหนัง สามารถตรวจสอบได้ที่แพทยสภาไทย

2. ดูผลงานก่อนและหลัง (Before & After)

ขอดูผลงานจริงของแพทย์ที่จะทำให้คุณ ไม่ใช่แค่ภาพจากอินเทอร์เน็ต ผลลัพธ์ควรดูเป็นธรรมชาติและสม่ำเสมอ ระวังคลินิกที่แสดงเฉพาะผลงานที่ดีเกินจริง

3. ปรึกษาก่อนทำ (Consultation)

คลินิกที่ดีควรมีการปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำเสมอ แพทย์ควรประเมินโครงสร้างใบหน้า ซักถามประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่รับประทาน รวมถึงอธิบายความเสี่ยงอย่างครบถ้วน

4. ตรวจสอบมาตรฐานของยาที่ใช้

สอบถามยี่ห้อโบท็อกซ์ที่คลินิกใช้ และตรวจสอบว่าได้รับการรับรองจาก อย. ไทย หลีกเลี่ยงคลินิกที่ไม่สามารถระบุยี่ห้อและแหล่งที่มาของยาได้

5. ระมัดระวังราคาถูกผิดปกติ

ราคาที่ต่ำกว่าตลาดมากอาจบ่งชี้ถึงการใช้ยาที่ไม่ได้มาตรฐาน ปริมาณยาที่ไม่เพียงพอ หรือแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์เพียงพอ ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่าการประหยัดงบ

6. ตรวจสอบรีวิวจากผู้ใช้จริง

อ่านรีวิวจากผู้ที่เคยรับบริการจริง โดยเฉพาะรีวิวที่มีรูปก่อนและหลัง และรีวิวที่กล่าวถึงประสบการณ์การปรึกษาแพทย์ ไม่ใช่แค่โปรโมชั่น

ต้องการค้นหาคลินิกโบท็อกซ์ที่ใช่สำหรับคุณ?

ที่ Clinicintrend คุณสามารถค้นหาและเปรียบเทียบคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รับการรับรอง พร้อมข้อมูลราคา รีวิวจากผู้ใช้จริง และช่องทางติดต่อสอบถามโดยตรง

เปรียบเทียบคลินิก Botox Injection →

การดูแลหลังฉีดโบท็อกซ์

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์อย่างถูกต้องช่วยให้ผลลัพธ์ดีที่สุดและลดความเสี่ยงผลข้างเคียง

สิ่งที่ควรทำ

  • • นั่งตัวตรงหรือยืนอย่างน้อย 4 ชั่วโมงหลังฉีด
  • • ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบาๆ เพื่อกระจายยา
  • • ใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
  • • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • • ติดต่อคลินิกหากมีอาการผิดปกติ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง (24–48 ชม. แรก)

  • • ไม่นวด ถู หรือกดบริเวณที่ฉีด
  • • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก
  • • ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
  • • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า อ่างน้ำร้อน
  • • ไม่นอนราบหรือนอนคว่ำ 4 ชั่วโมงแรก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โบท็อกซ์ ราคา 2026 เริ่มต้นเท่าไหร่?

ราคาโบท็อกซ์ปี 2026 อยู่ที่ 2,000–15,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด ปริมาณยาที่ใช้ และคลินิกที่เลือก บริเวณหน้าผากและหางตาราคาเริ่มต้นที่ 2,000–4,000 บาท ส่วนโบท็อกซ์กรามหรือรักแร้มักมีราคาสูงกว่าที่ 5,000–15,000 บาท ควรสอบถามราคาจากคลินิกโดยตรงก่อนตัดสินใจ

โบท็อกซ์ผลอยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปผลของโบท็อกซ์อยู่ได้ 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด ปริมาณยา และอัตราการเผาผลาญของแต่ละบุคคล บริเวณที่มีการเคลื่อนไหวมาก เช่น หน้าผากและรอยตีนกา อาจต้องฉีดซ้ำเร็วกว่า ส่วนโบท็อกซ์กรามมักอยู่ได้ 4–6 เดือน

โบท็อกซ์ฉีดเจ็บไหม?

ความเจ็บปวดอยู่ในระดับน้อยมาก เนื่องจากใช้เข็มขนาดเล็กมาก คลินิกบางแห่งทาครีมชาก่อนทำเพื่อเพิ่มความสบาย กระบวนการฉีดใช้เวลาประมาณ 10–30 นาทีเท่านั้น และผู้รับบริการส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที

โบท็อกซ์ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?

โบท็อกซ์ทำงานโดยการยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อชั่วคราว เหมาะกับรอยย่นที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ (Dynamic Wrinkles) เช่น รอยหน้าผาก หางตา ส่วนฟิลเลอร์ใช้สารเติมปริมาตรเพื่อแก้รอยย่นที่เกิดจากการสูญเสียปริมาตร (Static Wrinkles) หรือเพื่อปรับรูปทรงใบหน้า ทั้งสองมักใช้ร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ฉีดโบท็อกซ์แล้วหน้าตึงผิดธรรมชาติไหม?

หากฉีดในปริมาณที่เหมาะสมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงหรือดูผิดปกติ ปัญหา "หน้าตึงผิดธรรมชาติ" มักเกิดจากการใช้ยาในปริมาณมากเกินไปหรือฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม จึงควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์และผลงานก่อนหลังที่น่าเชื่อถือ

โบท็อกซ์กรามลดหน้าเรียวได้จริงไหม?

โบท็อกซ์กรามช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อ Masseter ที่ขมับและกราม ทำให้หน้าดูเรียวและเล็กลงได้จริง ผลลัพธ์เริ่มเห็นชัดใน 4–6 สัปดาห์หลังฉีด และอยู่ได้ประมาณ 4–6 เดือน ควรทำซ้ำสม่ำเสมอ 2–3 ครั้งแรก เพื่อให้กล้ามเนื้อค่อยๆ ลดขนาดลงอย่างถาวรมากขึ้น

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีดโบท็อกซ์?

ควรหลีกเลี่ยงยาแอสไพริน NSAIDs และอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ละลายเลือด เช่น น้ำมันปลา วิตามินอี อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนฉีด หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนทำ ไม่ควรนอนคว่ำหรือนวดหน้าบริเวณที่ฉีดภายใน 4 ชั่วโมงหลังฉีด และแจ้งประวัติยาและโรคประจำตัวแก่แพทย์เสมอ

ใครไม่ควรฉีดโบท็อกซ์?

ไม่แนะนำสำหรับสตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น Myasthenia Gravis ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบในยา และผู้ที่มีการติดเชื้อในบริเวณที่จะฉีด ควรแจ้งประวัติยาและโรคประจำตัวทั้งหมดแก่แพทย์ก่อนทำเสมอ

ค้นหาคลินิกโบท็อกซ์ที่ใช่สำหรับคุณ

ที่ Clinicintrend คุณสามารถค้นหาและเปรียบเทียบคลินิกเสริมความงามชั้นนำทั่วประเทศไทย พร้อมข้อมูล รีวิวจากผู้ใช้จริง ราคาโปรแกรมต่างๆ และช่องทางการติดต่อสอบถามโดยตรง

เปรียบเทียบคลินิก Botox Injection →

บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองโดยตรงก่อนตัดสินใจรับการรักษา ข้อมูลในบทความนี้ไม่สามารถทดแทนการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้

วันที่เผยแพร่: มิถุนายน 2569 (2026) | กำหนดทบทวนเนื้อหา: ธันวาคม 2569 (2026)