คำเตือนทางการแพทย์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับบริการทุกครั้ง
Skinbooster ราคา 2569 โดยทั่วไปอยู่ที่ 3,000–15,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อผลิตภัณฑ์ บริเวณที่ฉีด และคลินิกที่เลือก Skinbooster กำลังได้รับความนิยมสูงในประเทศไทยเนื่องจากให้ผลความชุ่มชื้นระดับลึกและกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Skinbooster คืออะไร
Skinbooster (สกินบูสเตอร์) คือการฉีด Hyaluronic Acid (HA) ความเข้มข้นต่ำลึกเข้าสู่ชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นจากภายในผิวหนัง HA เป็นสารที่พบตามธรรมชาติในร่างกายและมีคุณสมบัติดึงดูดน้ำได้มากกว่าน้ำหนักตัวเองถึง 1,000 เท่า
แตกต่างจากฟิลเลอร์ (Filler) ที่ใช้ HA ความเข้มข้นสูงเพื่อเติมร่องหรือเพิ่มปริมาตร Skinbooster ใช้ HA ความเข้มข้นต่ำกว่าและกระจายทั่วบริเวณ เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติกว่า เน้นการบำรุงผิวจากภายในมากกว่าการเปลี่ยนรูปทรง
ประเภทของ Skinbooster ที่ให้บริการในประเทศไทย
มีผลิตภัณฑ์ Skinbooster หลายยี่ห้อในท้องตลาด แต่ละชนิดมีคุณสมบัติและราคาที่แตกต่างกัน
Restylane Vital — 5,000–12,000 บาท/ครั้ง
Restylane Vital เป็น Skinbooster ยี่ห้อแรกและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ผลิตโดย Galderma (สวีเดน) ได้รับการรับรองจาก FDA ยุโรป ให้ความชุ่มชื้นลึกและกระตุ้นคอลลาเจน มีอายุคงอยู่ประมาณ 6–9 เดือน ราคาต่อครั้งอยู่ที่ 5,000–12,000 บาท
Juvederm Volite — 6,000–15,000 บาท/ครั้ง
Juvederm Volite ผลิตโดย Allergan (สหรัฐฯ) ใช้เทคโนโลยี VYCROSS ทำให้ HA คงอยู่ได้นานขึ้น มีความคงตัวสูง ให้ผลความนุ่มและกระตุ้นคอลลาเจนได้ดี อายุคงอยู่ประมาณ 9–12 เดือน ราคาต่อครั้งอยู่ที่ 6,000–15,000 บาท
Profhilo — 8,000–18,000 บาท/ครั้ง
Profhilo เป็นผลิตภัณฑ์จาก IBSA (อิตาลี) ที่มีความเข้มข้น HA สูงที่สุด (64 mg/2ml) ฉีดเพียง 5 จุดบนใบหน้า (BAP Technique) แพร่กระจายได้ดีใต้ผิวหนัง กระตุ้นทั้งคอลลาเจนชนิด 1, 3, 4 และ 7 และ Elastin ราคาต่อครั้งอยู่ที่ 8,000–18,000 บาท
Nucleofill / Plinest — 4,000–10,000 บาท/ครั้ง
Nucleofill และ Plinest เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Polynucleotide (PN/PDRN) แทน HA กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและซ่อมแซม DNA ผิวหนัง เหมาะสำหรับผิวที่ต้องการการฟื้นฟูเชิงลึก ราคาต่อครั้งอยู่ที่ 4,000–10,000 บาท
Skinbooster ราคา 2569 — สรุปค่าบริการ
ตารางเปรียบเทียบค่าบริการ Skinbooster แต่ละยี่ห้อโดยประมาณในปี 2569
| ผลิตภัณฑ์ | ราคาต่อครั้ง (บาท) | จำนวนครั้งแนะนำ | อายุผล |
|---|---|---|---|
| Restylane Vital | 5,000–12,000 | 3 ครั้ง/เดือน จากนั้นบำรุงทุก 6 เดือน | 6–9 เดือน |
| Juvederm Volite | 6,000–15,000 | 1–2 ครั้ง จากนั้นบำรุงทุก 9–12 เดือน | 9–12 เดือน |
| Profhilo | 8,000–18,000 | 2 ครั้ง (ห่างกัน 1 เดือน) จากนั้นบำรุงปีละครั้ง | 6–12 เดือน |
| Nucleofill / Plinest | 4,000–10,000 | 3–4 ครั้ง จากนั้นบำรุงทุก 6 เดือน | 4–6 เดือน |
หมายเหตุ: ราคาที่ระบุเป็นราคาอ้างอิงโดยประมาณ ณ ปี 2569 ควรสอบถามราคาจริงกับคลินิกโดยตรงก่อนเข้ารับบริการ
ประโยชน์ของ Skinbooster
ความชุ่มชื้นระดับลึก
HA ใน Skinbooster สามารถดึงน้ำเข้าสู่ชั้นหนังแท้และกักเก็บไว้ได้นาน ทำให้ผิวชุ่มชื้นจากภายในอย่างแท้จริง ต่างจากมอยส์เจอไรเซอร์ทั่วไปที่ทำงานเพียงชั้นผิวนอก ผลลัพธ์คือผิวนุ่มเนียน อวบอิ่ม และยืดหยุ่นขึ้น
กระตุ้นคอลลาเจน
Skinbooster ไม่ได้เพียงเติมน้ำให้ผิว แต่ยังกระตุ้นให้เซลล์ Fibroblast ผลิตคอลลาเจนและ Elastin เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวแน่นกระชับขึ้นในระยะยาว ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ และผิวหย่อนคล้อยได้
เห็นผลรวดเร็ว
ผู้รับบริการส่วนใหญ่สังเกตเห็นความแตกต่างภายใน 1–2 สัปดาห์หลังทำ ผิวกระจ่างขึ้น มีน้ำมีนวล และดูสุขภาพดีขึ้น โดยไม่ดูเกินธรรมชาติ
เหมาะกับหลายบริเวณ
นอกจากใบหน้าแล้ว Skinbooster ยังสามารถใช้ได้กับบริเวณคอ หน้าอก และหลังมือ ซึ่งเป็นบริเวณที่มักแสดงอาการผิวแห้ง ริ้วรอย และการสูญเสียความยืดหยุ่นก่อนใบหน้า
ขั้นตอนการรักษา
- การปรึกษาแพทย์ — แพทย์ประเมินสภาพผิว ประวัติสุขภาพ และเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณ
- ทำความสะอาดผิว — ล้างเครื่องสำอางและทำความสะอาดบริเวณที่จะฉีดให้สะอาด
- ทาครีมชา — ทาครีมชาเฉพาะที่ทิ้งไว้ 20–30 นาที เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างการฉีด
- ฉีด Skinbooster — แพทย์ฉีดผลิตภัณฑ์ด้วยเข็มขนาดเล็กหรือ Cannula ตามจุดที่กำหนด ใช้เวลาประมาณ 20–40 นาที
- ดูแลหลังฉีด — แพทย์นวดเบาๆ เพื่อกระจายผลิตภัณฑ์ให้สม่ำเสมอ และให้คำแนะนำการดูแลหลังทำ
ความเสี่ยงและผลข้างเคียง
Skinbooster เป็นหัตถการที่ปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่มีความเสี่ยงที่ควรรับทราบ
ผลข้างเคียงชั่วคราวที่พบบ่อย:
- รอยแดงและบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด หายภายใน 24–48 ชั่วโมง
- รอยช้ำเล็กน้อย (Bruising) หายภายใน 1–2 สัปดาห์
- อาการคันหรือตึงผิวชั่วคราวหลังฉีด
- ตุ่มเล็กๆ ใต้ผิวที่จะค่อยๆ กระจายภายใน 1–2 สัปดาห์
ผลข้างเคียงที่พบน้อย:
- การติดเชื้อบริเวณที่ฉีดหากไม่ดูแลตามคำแนะนำ
- ปฏิกิริยาภูมิแพ้ต่อผลิตภัณฑ์ (พบน้อยมาก)
- Vascular occlusion (อุดตันหลอดเลือด) หากฉีดผิดตำแหน่ง
กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน:
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่แพ้ HA หรือส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์
- ผู้ที่มีโรคแพ้ภูมิตนเอง (Autoimmune disease)
- ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการอักเสบ
- ผู้ที่มีการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณที่จะฉีด
การดูแลหลังทำ Skinbooster
การดูแลหลังทำที่ถูกต้องช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง
24–48 ชั่วโมงแรก
- งดเครื่องสำอางและหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดโดยไม่จำเป็น
- ใช้น้ำสะอาดล้างหน้าอย่างเบามือ งดใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวหรือกรด
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า อ่างน้ำร้อน หรือแสงแดดโดยตรง
- งดออกกำลังกายหนักที่ทำให้เหงื่อออกมาก
- งดดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ
สัปดาห์แรก
- ทามอยส์เจอไรเซอร์และกันแดด SPF50+ ทุกวัน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ HA ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดจนกว่าตุ่มเล็กๆ จะกระจายหมด
- หากมีอาการผิดปกติเช่นบวมมาก แดงมาก หรือเจ็บปวด ให้ติดต่อคลินิกทันที
คำถามที่พบบ่อย
Skinbooster ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?
ฟิลเลอร์ใช้ HA ความเข้มข้นสูงและมีความหนืดมากกว่า เพื่อเติมปริมาตรหรือแก้ไขรูปทรง เช่น เสริมริมฝีปาก แก้ร่องแก้ม Skinbooster ใช้ HA ความเข้มข้นต่ำกว่า ฉีดกระจายทั่วพื้นที่ เพื่อบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและกระตุ้นคอลลาเจน ไม่ได้ต้องการเปลี่ยนรูปทรง
Skinbooster เจ็บไหม?
ด้วยการทาครีมชาก่อนฉีด ผู้รับบริการส่วนใหญ่รายงานว่าเจ็บน้อยมาก รู้สึกเพียงแค่เข็มเล็กๆ แทงเข้าผิว คลินิกบางแห่งใช้ Cannula (เข็มทู่) แทนเข็มฉีดยาทำให้เจ็บน้อยลงและรอยช้ำน้อยกว่า
Skinbooster เห็นผลนานแค่ไหน?
ผลลัพธ์จาก Skinbooster ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ โดยทั่วไปอยู่ที่ 6–12 เดือน Juvederm Volite อาจคงอยู่ได้นานที่สุดถึง 12 เดือน ส่วน Restylane Vital และ Nucleofill อาจสั้นกว่าที่ 6–9 เดือน การดูแลผิวที่ดีและหลีกเลี่ยงแสงแดดช่วยยืดอายุผลลัพธ์ได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ราคาที่ระบุเป็นข้อมูลโดยประมาณ ณ ปี 2569
วันที่เผยแพร่: กรกฎาคม 2569 (2026) | กำหนดทบทวนเนื้อหา: กรกฎาคม 2570 (2027)