คำเตือนทางการแพทย์: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนรับการรักษาทุกครั้ง ราคาที่แสดงเป็นค่าประมาณตลาดไทยปี 2026
โบท็อกซ์ฉีดกราม ราคา 2026 ในประเทศไทยโดยทั่วไปอยู่ในช่วง 3,000–15,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและจำนวนยูนิตที่ใช้ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับผู้ที่ต้องการลดขนาดกรามและได้หน้า V-Shape โดยไม่ต้องผ่าตัด ผลลัพธ์เห็นชัดภายใน 4–8 สัปดาห์ และอยู่ได้ 4–6 เดือน ต่อครั้ง
โบท็อกซ์ฉีดกรามคืออะไร
โบท็อกซ์ฉีดกราม (Jaw Botox หรือ Masseter Botox) คือการฉีดสาร Botulinum Toxin Type A เข้าไปยังกล้ามเนื้อ Masseter ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อหลักที่ใช้ในการเคี้ยวอาหาร และตั้งอยู่บริเวณกราม การฉีดโบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อนี้คลายตัวและค่อยๆ ฝ่อลง ส่งผลให้ขนาดของกรามเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าดูเรียวและ V-Shape มากขึ้น
นอกจากจุดประสงค์ด้านความงามแล้ว การฉีดโบท็อกซ์กรามยังใช้รักษาอาการ Bruxism (การขบหรือกัดฟันขณะนอนหลับ) ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อกรามโตผิดปกติ รวมถึงบรรเทาอาการปวดกรามและ TMJ (Temporomandibular Joint Disorder)
ผู้ที่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์กราม:
- ผู้ที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ Masseter ที่พัฒนามากเกินไป
- ผู้ต้องการหน้าเรียว V-Shape โดยไม่ผ่าตัดกราม
- ผู้ที่มีปัญหาขบฟันหรือกัดฟันขณะหลับ (Bruxism)
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชั่วคราวก่อนตัดสินใจผ่าตัด
ราคาโบท็อกซ์ฉีดกราม 2026 — ตารางเปรียบเทียบ
* ราคาเป็นช่วงประมาณการสำหรับตลาดประเทศไทย ปี 2026 ควรนัดปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อรับใบเสนอราคาที่แม่นยำ
| ยี่ห้อ/ประเภท | จำนวนยูนิต | ราคาโดยประมาณ | ระดับ |
|---|---|---|---|
| ยี่ห้อทั่วไป (Generic) | 25–50 units | 3,000–6,000 บาท | ประหยัด |
| Dysport® | 50–100 units | 5,000–10,000 บาท | กลาง |
| Botox® (Allergan) | 25–50 units | 8,000–15,000 บาท | พรีเมียม |
| Xeomin® / Nabota® | 25–50 units | 6,000–12,000 บาท | กลาง-สูง |
ปัจจัยที่กำหนดราคาโบท็อกซ์กราม
ยี่ห้อของโบท็อกซ์
Botox® (Allergan) และ Dysport® เป็นยี่ห้อที่ได้รับการรับรองจาก FDA มีราคาสูงกว่า แต่มีความน่าเชื่อถือด้านคุณภาพและความปลอดภัยมากกว่า
จำนวนยูนิตที่ฉีด
กรามแต่ละข้างต้องการยูนิตที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดของกล้ามเนื้อ Masseter โดยปกติใช้ 25–50 units ต่อข้าง
ประสบการณ์ของแพทย์
แพทย์ที่มีความชำนาญในกายวิภาคกรามสามารถฉีดได้ตรงตำแหน่งและลดความเสี่ยงผลข้างเคียง มักตั้งราคาสูงกว่า
ที่ตั้งคลินิก
คลินิกในกรุงเทพฯ ย่าน CBD มีต้นทุนสูงกว่าต่างจังหวัด 20–40%
ผลลัพธ์ที่คาดหวังและระยะเวลาออกฤทธิ์
| ช่วงเวลา | การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น |
|---|---|
| สัปดาห์ที่ 1–2 | โบท็อกซ์เริ่มออกฤทธิ์ กล้ามเนื้อ Masseter เริ่มอ่อนแรงลง อาจรู้สึกเคี้ยวลำบากเล็กน้อย |
| สัปดาห์ที่ 4–8 | เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน กรามเริ่มเรียวลง ใบหน้าดู V-Shape มากขึ้น |
| เดือนที่ 3–4 | ผลลัพธ์สูงสุด กล้ามเนื้อ Masseter ฝ่อลงมากที่สุด หน้าเรียวชัดเจน |
| เดือนที่ 4–6 | ผลลัพธ์เริ่มลดลง กล้ามเนื้อฟื้นตัวกลับมาบางส่วน ควรนัดฉีดครั้งต่อไป |
| หลังฉีดซ้ำหลายครั้ง | กล้ามเนื้อเล็กลงถาวรมากขึ้น ผลลัพธ์อยู่นานขึ้นเป็น 6–12 เดือน |
สิ่งที่ควรทำและหลีกเลี่ยงหลังฉีด
ควรทำ
- นั่งตรงอย่างน้อย 4 ชั่วโมงหลังฉีด
- หลีกเลี่ยงการนวดบริเวณที่ฉีด 24 ชั่วโมง
- ติดตามผลกับแพทย์ตามนัด
ควรหลีกเลี่ยง
- อาหารแข็งหรือเหนียวใน 1–2 สัปดาห์แรก
- ออกกำลังกายหนัก 24 ชั่วโมงหลังฉีด
- แอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อน-หลังฉีด
จำนวนครั้งที่ต้องฉีดและแผนการรักษาระยะยาว
การฉีดโบท็อกซ์กรามเป็นการรักษาต่อเนื่อง ไม่ใช่การแก้ไขถาวรในทันที ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมักเกิดขึ้นหลังจากการฉีดหลายครั้งตามแผนที่แพทย์กำหนด
ครั้งที่ 1–2
กล้ามเนื้อ Masseter เริ่มคลายตัว ผลลัพธ์เห็นได้ชัดในสัปดาห์ที่ 4–8 แนะนำฉีดซ้ำหลังจาก 4–6 เดือนเพื่อต่อยอดผล
ครั้งที่ 3–4
กล้ามเนื้อฝ่อลงมากขึ้นสะสม ผลลัพธ์เห็นชัดกว่าเดิม ระยะห่างระหว่างการฉีดเริ่มยาวขึ้นเป็น 6 เดือน
ระยะรักษา (ครั้งที่ 5+)
หลายรายสามารถลดความถี่เป็นปีละ 1–2 ครั้งเพื่อรักษาผลลัพธ์ บางรายพบว่ากล้ามเนื้อฝ่อลงถาวรมากพอจนไม่ต้องฉีดบ่อย
ข้อดีและข้อควรระวัง
ข้อดี
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่มีการพักฟื้นนาน
- ใช้เวลาเพียง 15–30 นาที กลับบ้านได้ทันที
- ผลลัพธ์ย้อนกลับได้ หากไม่พอใจรอให้หมดฤทธิ์
- ช่วยบรรเทาอาการขบฟันและปวดกราม
- ราคาเข้าถึงได้กว่าการผ่าตัดกราม
ข้อควรระวัง
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องฉีดซ้ำอย่างสม่ำเสมอ
- หากกรามใหญ่จากกระดูก ไม่ใช่กล้ามเนื้อ โบท็อกซ์จะไม่ได้ผล
- ต้องประเมินก่อนว่ากรามใหญ่มาจากสาเหตุใด
- ผู้ตั้งครรภ์ให้นมบุตร หรือมีโรคระบบประสาทบางชนิดไม่ควรใช้
วิธีเลือกคลินิกฉีดโบท็อกซ์กรามที่ดี
1. ตรวจสอบคุณวุฒิแพทย์
แพทย์ควรมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมและผ่านการอบรมด้านการฉีดโบท็อกซ์จากสถาบันที่น่าเชื่อถือ ถามโดยตรงว่าแพทย์มีประสบการณ์ฉีดกรามมากี่รายและปีละเท่าไหร่
2. ยืนยันยี่ห้อและแหล่งที่มาของยา
ขอให้คลินิกแสดงบรรจุภัณฑ์ยาโบท็อกซ์ก่อนฉีด ยี่ห้อของแท้จะมี Hologram และข้อมูลผู้ผลิตชัดเจน หลีกเลี่ยงคลินิกที่ไม่ยืนยันแหล่งที่มาของยา
3. การประเมินก่อนฉีด
คลินิกที่ดีจะตรวจประเมินโครงสร้างกรามก่อน เพื่อยืนยันว่ากรามใหญ่มาจากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่กระดูก และวางแผนจำนวนยูนิตที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
4. ความโปร่งใสด้านราคา
ขอใบเสนอราคาที่ระบุยี่ห้อยา จำนวนยูนิต และว่ารวมค่าติดตามผลหรือไม่ คลินิกที่ดีจะไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ): โบท็อกซ์ฉีดกราม ราคา 2026
โบท็อกซ์ฉีดกราม ราคาเท่าไหร่ในปี 2026?
ราคาโดยทั่วไปอยู่ในช่วง 3,000–15,000 บาทต่อครั้ง คลินิกทั่วไปอยู่ที่ 3,000–8,000 บาท คลินิกพรีเมียมที่ใช้ยี่ห้อ Botox® แท้อยู่ที่ 8,000–15,000 บาท ควรนัดปรึกษาแพทย์เพื่อรับใบเสนอราคาที่แม่นยำ
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ฉีดครั้งแรกผลอยู่ได้ 4–6 เดือน หลังฉีดซ้ำหลายรอบกล้ามเนื้อจะฝ่อลงมากขึ้น ทำให้ผลยาวนานขึ้นเป็น 6–12 เดือน
ฉีดกรามแล้วเคี้ยวอาหารได้ปกติไหม?
อาจรู้สึกเคี้ยวลำบากเล็กน้อยใน 1–2 สัปดาห์แรก แต่จะกลับมาปกติเองโดยไม่ต้องรักษาเพิ่ม ควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็งมากในช่วงนั้น
ใครเหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์กราม?
ผู้ที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ Masseter ที่ใหญ่ผิดปกติ ผู้ที่ต้องการหน้าเรียว V-Shape โดยไม่ผ่าตัด และผู้ที่มีอาการขบฟัน (Bruxism) ที่ทำให้กล้ามเนื้อกรามโต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อน
โบท็อกซ์กรามต่างจากโบท็อกซ์ริ้วรอยอย่างไร?
สารโบท็อกซ์ชนิดเดียวกัน แต่จุดฉีดและจำนวนยูนิตต่างกัน โบท็อกซ์กรามฉีดลึกเข้ากล้ามเนื้อ Masseter เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อ ส่วนโบท็อกซ์ริ้วรอยฉีดตื้นกว่าเพื่อคลายกล้ามเนื้อบนใบหน้า
ค้นหาคลินิกฉีดโบท็อกซ์กรามใกล้คุณ
เปรียบเทียบคลินิกฉีดโบท็อกซ์ชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมข้อมูลราคาและรีวิวจากผู้ใช้จริง
ค้นหาคลินิกโบท็อกซ์กราม →บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความนี้จัดทำเพื่อวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์ ราคาที่ระบุเป็นข้อมูลโดยประมาณ ณ ปี 2026 ขึ้นอยู่กับคลินิก แพทย์ และโปรแกรมที่เลือก
วันที่เผยแพร่: มิถุนายน 2569 (2026) | อัปเดต: มิถุนายน 2569 (2026) | กำหนดทบทวนเนื้อหา: มกราคม 2570 (2027)